Face of Loneliness หน้าเหงา

ความเหงาในเงาใจ

 ผมเคยเขียนบทความ (คนคือการเดินทาง) ตอนหนึ่งซึ่งผมให้ชื่อว่า “ความสุขใต้ฝ่าเท้า” ซึ่งเป็นเรื่องราวของความสุขที่คนเราพึงได้รับจากการดั้นด้นออกเดินทางไปไหนต่อไหน เรียกว่าถ้าไม่รู้จักออกไปทุกข์นอกบ้านเสียบ้าง ก็อย่าหวังว่าจะมีความสุขเดินเท้าเข้ามาหาเราเองถึงหน้าบ้าน

ตอนนั้นเองที่ผมได้นึกบทความตอนต่อไปเอาไว้ล่วงหน้าว่าจะเขียนในลักษณะที่มีความเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกัน โดยผมคิดเอาไว้ว่าจะตั้งชื่อบทความตอนนั้นว่า “ความเหงาในเงาใจ”

เชื่อหรือไม่ครับว่าในที่สุดแล้วอาถรรพ์ก็มีจริง เพราะจู่ๆ เพื่อนที่เป็นบรรณาธิการเซ็คชั่น “เสาร์สวัสดี” ที่เคยมีอุปการะคุณ นำบทความของผมไปลงตีพิมพ์ก็โทรฯ มาส่งข่าวว่าในเดือนต่อไป ผมจะต้องโยกย้ายไปเขียนคอลัมน์ใหม่และให้ผมคิดชื่อคอลัมน์พร้อมกับเตรียมต้นฉบับเอาไว้ได้แล้ว

ดังนี้เองความคิดที่จะเขียนบทความในชื่อ “ความเหงาในเงาใจ” ของผมก็เลยค้างเติ่งอยู่ตรงนั้น

……………………………………………………..

จวบจนกระทั่งวันนี้ครับ วันที่ผมดูเหมือนจะว่าง (หากการไม่ได้ลงมือทำงานในชิ้นที่สมควรจะเสร็จจะถือว่าเป็นความว่าง) และมีฝนหลงฤดูตกลงมาหนักหน่วง จู่ๆ ผมก็นึกถึง “ความเหงาฯ” ชิ้นนั้นและอยากจะให้มันงอกงามงอกเงยอยู่บนหน้ากระดาษ…หรืออย่างน้อยก็บนหน้าเว็บบล็อกที่ผมจะเป็นคนกำหนดควบคุมอนาคตให้มันเองได้

อะไรคือ “ความเหงาในเงาใจ” กระนั้นหรือ…

ถ้าหากชื่อนี้มีความเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันมาจากความคิดในเรื่องของการเดินทาง ผมก็พบว่าการเดินทางไปไหนต่อไหนตามลำพังของตนเองนั้นเปรียบเหมือนความสุขอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้เราได้ค้นพบเส้นทางใหม่ๆ มิตรภาพและผู้คนใหม่ๆ และที่สำคัญก็คือการได้พบตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง ไม่มียามใดที่คนเราจะเผชิญหน้ากับตัวตนของตัวเองได้มากเท่าหรือได้อย่างแท้จริงเทียมเท่าขณะที่เรากำลังเดินทางไปบนจุดหมายปลายทางใดจุดหมายปลายทางหนึ่ง…ด้วยลำพังตัวเราเองคนเดียว

……………………………………………………..

ขณะเมื่อเราเดินทางท่องเที่ยวอยู่คนเดียวนั้น เราอาจจะนึกลำพองหรือนึกสนุกว่าเรามีความกล้าหาญ หรือสามารถตัดสินใจที่จะทำอะไร ไปไหนมาไหนก็ได้ตามอำเภอใจของเราเอง บางทีในยามที่มีแสงตะวันปกคลุมหัว เราอาจจะร่าเริงได้ดุจผีเสื้อที่กำลังโบยบินไปใต้แสงตะวัน แต่หากคราใดก็ตามที่โลกครึ้ม เมฆหม่นเศร้าผ่านมาครอบคลุม ทันใดนั้นเองความเหงาจำนวนมหาศาลก็อาจจะจู่โจมเข้ามายึดกุมหัวใจของนักเดินทางจนยากที่จะรับมือไหว

…นั่นคือสิ่งที่เป็นไปและผมได้ค้นพบในขณะที่มีการเดินทางไปตามลำพังเส้นทางแล้วเส้นทางเล่า

……………………………………………………..

เกิดเป็นคนแล้ว หากจะกล่าวให้ถูกก็ต้องพูดว่าเราย่อมจะมีความเหงาเป็นคุณสมบัติเคียงคู่กับกายและพานพบในระหว่างการเดินทางไกลของชีวิตเท่านั้น

บางคราชีวิตอนุญาตให้เราไม่เหงา ด้วยการค้นพบเพื่อนร่วมเดินทางหรือค้นพบเส้นทางอันเบิกบานบันเทิงใจจนหลงลืมเงื่อนไขต่างๆ แต่ในที่สุดแล้วชีวิตก็จะเอาคืนซึ่งความหฤหรรษ์ทั้งปวง แล้วหยิบยื่นความเหงามาให้เราใช้เป็นไม้เท้า ประคับประคองยันกาย เดินไปสู่จุดหมายปลายทางสุดท้ายของชีวิต…เป็นเช่นนี้และเช่นเดียวกันกับทุกคน

ด้วยเหตุนี้เราจึงควรที่จะเปิดใจเรียนรู้และรู้จักความเหงา และไม่มีหนทางอื่นใดที่จะรู้จักความเหงาได้แท้จริงยิ่งกว่าการหันหน้าเข้าไปเผชิญ มองตรงไปซึ่งๆ หน้า…มองหาโฉมหน้าของความเหงาที่บางทีหลอกลวงหรือหลบเร้นจากสายตา ความเข้าใจและความเป็นไปต่างๆ ในชีวิตของคนเราอยู่

ดังนี้ผมจึงจะชักชวนให้เราหันมารู้จักและทำความคุ้นเคยผ่านการเดินทางไปบนเส้นทางของความเหงา ชวนให้อ่านความเหงากันตามลำพังบนเส้นทางสายเดียวกันที่เราอาจร่วมเดินทางกันอยู่ เพียงแต่มองไม่เห็นหรือไม่ได้ร่วมเดินทางในช่วงเวลาเดียวกันก็เท่านั้น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s