ธรรมะคือคุณากร

เช้าวันนี้ก็เหมือนทุกๆ เช้าที่ผมมีเวลา ผมมักจะเข้าไปอัพเดท เช็คข้อความที่เว็บทวิตเตอร์ของตัวเอง แล้ววันนี้ก็ได้เห็นข้อความของเจ้านิ้ว รุ่นน้องคนหนึ่งเขียนว่า ท้ายเว็บไซต์ของพระไพศาลมีคำว่า…

“All Rights ไม่ Reserved”

(ลายมือของพระไพศาล วิสาโลที่ผมใช้สิทธิ์ของการไม่ Reserved ดึงมาแปะโพสต์จากเว็บฯ ของท่าน)

ps01ผมรู้จักพระไพศาล วิสาโลในฐานะที่ท่านเป็นพระสงฆ์นักคิดนักเขียนและนำเสนอ “ธรรมะ” ที่เป็นเหมือนคุณากรอันส่องทางสว่างให้แก่ผู้คนอย่างเราๆ ที่ยังติดอยู่ในวังวนของความรักโลภโกรธหลงมานานแล้ว ทั้งยังเคยไปฟังหลวงพี่เทศนาธรรมยามที่ท่านเข้ามาเทศนาในกรุงเทพฯ บางแห่ง (เช่นที่บ้านอารีย์) นอกจากนั้นก็ติดตามอ่านข้อเขียนของท่านทางหน้านิตยสารสารคดีบ้างหรือตามหนังสือเล่มของท่านบ้างตามวาระและโอกาสที่ได้ประสบ

ต้องขอบคุณนิ้วที่แนะนำเว็บไซต์ธรรมะดีๆ ร่วมสมัยของหลวงพี่มาให้ได้อ่านเป็นบุญตาดีเหลือเกิน คราวนี้จะได้มีที่ทางให้เขาไปติดตามอ่านและชมความเคลื่อนไหวของพระนักคิดนักปฏิบัติท่านนี้ได้โดยสะดวก

ธรรมะนั้นเปรียบประดุจแสงสว่าง อันขับไล่ความมืดออกจากจิตใจเรา และแสงสว่างนำพาชีวิตเราไปในทางที่ถูกที่ควร

อันเป็นไปเพื่อการสละ ละวาง ไม่ยึดติดกระทั่งตัวตน

ประสาอะไรกับลิขสิทธิ์ของ “ข้อเขียน”

อย่าลืมเข้าไปอาบสายตากันให้สว่างด้วยธรรมะกันที่เว็บฯ นี้นะครับ…

 รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org

เพราะสุข ทุกข์ คือธรรมดาของชีวิต

สวัสดีเดือนสิงหาคมกับทุกคนครับ

ไม่อยากจะพูดประโยคเชยๆ ว่าเราเดินทางในปี 2552 กันมาแล้วเจ็ดเดือน เวลาผ่านไปไวจริงๆ นะครับ

เวลาที่ผ่านไป “สุข ทุกข์” หรือสบายใจสบายกายกันดีแค่ไหนครับ?

โบราณว่า “สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ” คนเราถ้าหากไม่เจ็บไข้ได้ป่วยด้วยโรคภัยและร่างกายแข็งแรงดี สิ่งที่จะกำหนดหรือบอกได้ว่าสุขหรือทุกข์ของเราได้นั้น “น่าจะอยู่ที่ใจ” จริงไหมครับ…

นานหลายครั้งในการโพสต์เรื่องบนเว็บบล็อก Bytheway  แห่งนี้ ผมเคยเขียนถึงเรื่อง “ของถูกไม่มีของดี ของฟรีไม่มีในโลก” เอาไว้ โดยมีนัยตั้งใจกล่าวถึงการเกิดขึ้นและมีอยู่ของสิ่งพิมพ์แจกฟรีที่ปรากฏเกลื่อนเมือง ดีบ้างไม่ดีบ้าง ตั้งใจทำบ้าง ไม่ตั้งใจทำบ้าง ตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อหวังโฆษณาบ้างหรือหวังแต่ก็ผิดหวังบ้าง แต่ถึงตอนนี้เมื่อได้เห็นและได้หยิบสิ่งพิมพ์แจกฟรีหรือ Free Copy ฉบับหนึ่งติดไม้ติดมือมาอ่าน ผมก็เริ่มชักจะลังเลกับแนวคิดของตัวเองว่า จริงหรือที่ของฟรีที่ดีๆ จะไม่มีเสียทีเดียว?

สิ่งพิมพ์ที่ว่านี้เป็นขนาดแท็ปลอยด์ พิมพ์อย่างประณีต กระดาษเนื้อดี พิมพ์สี่สีเกือบจะทุกหน้า จัดอาร์ตเวิร์คได้อย่างมีชั้นเชิง บ่งบอกฝีมือของทีมงานและคนทำ

ผมพลิกดูหน้าเครดิตแล้วก็ต้องประหลาดใจที่ว่าเจ้าของของสื่อสื่อนี้คือ “ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ วัดผาณิการาม จังหวัดฉะเชิงเทรา” โดยมี “พระสุรศักดิ์ จรณธัมโม” เป็นบรรณาธิการ (และคอลัมนิสต์อีกหลายคอลัมน์)

…พระนะครับพระ เป็นบรรณาธิการ?!!?

ชื่อหนังสือว่า “ธรรมดา” นั้นไม่ประหลาดใจอยู่แล้วล่ะครับว่าผูกโยงอยู่กับเรื่องธรรมะและธรรมดาของชีวิต แต่ที่ประหลาดใจคือความน่าอ่านในเนื้อหาที่มีบทสัมภาษณ์เรื่องใจที่ปลอดทุกข์ของนางเอกสาว – เบนซ์ พรชิตา ณ สงขลา โดยนักเขียนสตรีฝีมือดีอย่างอรสม สุทธิสาคา บทสัมภาษณ์คุณนิติพงษ์ ห่อนาค คอลัมน์ศิลปะ เรื่องสั้น และหน้าความเรียงหรือบทกวีอีกต่างหาก

คอลัมน์ที่ผมชอบและทึ่งมากในการทำให้เรื่องราวของธรรมะและพุทธศาสนาเป็นเรื่องใกล้ตัวและน่าสนใจ มีชื่อว่า “โยมถาม อาตมาตอบ” โดยพระสุรศักดิ์ บรรณาธิการเป็นผู้ตอบคำถามเกี่ยวกับธรรมะ บาปบุญ การฝึกจิต ส่วนผู้ตั้งคำถามก็เป็นบรรดานางแบบชื่อดัง สไตลิสต์แฟชั่นและคนรุ่นใหม่ในวงการแฟชั่นแทบจะทั้งนั้น เรียกว่าทั้งคนตอบและคนถามอยู่กันคนละวงการเหมือนเส้นขนานก็ว่าได้

ผมเชื่อแล้วล่ะครับว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับความตั้งใจและเจตนา ถ้าเราเจตนาทำในสิ่งดีๆ ความดีก็ปรากฏขึ้น

…เช่นเดียวกับการเกิดขึ้นของสิ่งพิมพ์แจกฟรีดีๆ เล่มนี้

(อย่าลืมติดตามและมองหากันนะครับ ผมเองก็จนปัญญาว่าเขาจะวางแจกจ่ายอยู่ในร้านค้าใดบ้าง)

ภาพปกของ “ธรรมดา” ฉบับที่ 2  ปี 2552 และคอลัมน์ “โยมถาม อาตมาตอบ” กับภาพปกหลัง

 

P1010091P1010092P1010093www.kondee.com

Email: office@kondee.com