Beyond Nostalgia ถ้วยกาไก่

ถ้วยกาไก่

-Beyond Nostalgia-

ความทรงจำเก่าหลังที่ยังงดงาม

แรงบันดาลใจเรียบง่ายซึ่งมีความหมายในวันนี้

1

ความหลังจากก้นชาม

ผมพยายามที่จะเขียนข้อเขียนชุด “ถ้วยกาไก่” มาหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งประกอบด้วยการเปิดจอคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเพื่อพิมพ์อะไรลงไปสองสามบรรทัด แล้วจู่ๆ ความคิดก็ขาดหายไม่สามารถเขียนอะไรลงไปต่อได้และจำต้องปิดจอคอมพิวเตอร์ลง ข้อเขียนก็ค้างเติ่งอยู่อย่างนั้นหนแล้วหนเล่า…

ผมให้ชื่อข้อเขียนชุดนี้ว่า “ถ้วยกาไก่” ก็เนื่องเพราะตามความคิด ข้อสรุปและข้อตกลงร่วมกันกับเพื่อนฝูงที่ชักชวนให้มาเขียนที่นี่ ต้องการให้เป็นเรื่องราวของความทรงจำเก่าหลังที่ยังคงงดงาม เป็นแรงบันดาลใจอันเรียบง่ายซึ่งอาจจะมีความหมายถึงในวันนี้ได้ด้วย

เมื่อความคิดตั้งต้นถูกวางมาอย่างนี้ผมก็เลยคิดถึงคำคำหนึ่งขึ้นมาในหัวแทบจะทันทีทันใดที่เริ่มต้นคิดว่าจะเขียนอะไรหรือเขียนถึงสิ่งใด นั่นก็คือ “ถ้วยกาไก่”

ถ้วยกาไก่น่าจะเป็นรูปธรรมของความหลังที่ฝังตัวอยู่ท้ายครัวบ้านของเรา เป็นความทรงจำอันเรียบง่ายมากๆ ซึ่งซุกซ่อนหลงเหลืออยู่ในครัวของบ้านหลายๆ หลังของคนรุ่นใหม่แม้ในวันนี้

การพลิกฟื้นค้นหาความหลังอันงดงาม เปี่ยมคุณค่าความทรงจำขึ้นมาดูนั้น สำหรับผมเองคงคล้ายกับการพลิกก้นชามถ้วยกาไก่ขึ้นมาดู พินิจพิเคราะห์ลวดลายอันเรียบง่ายไม่สะดุดตา แต่กลับมีเสน่ห์ที่เข้ากับทุกคนได้ง่ายและน่าหยิบฉวยนำออกมาใช้ด้วยความเข้าถึงได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องชั่งใจใคร่ครวญด้วยความคิดกริ่งเกรงว่าถ้วยกาไก่ใบนั้นจะแตกบิ่นเสียหายจากการเผลอไผลใช้งาน ก็เพราะความที่ราคาค่างวดที่ไม่สูงส่งของมัน

“ถ้วยกาไก่” ในโอกาสนี้สำหรับผมเองนั้นคือภาชนะอันรองรับความรู้สึกในวันก่อนเก่า ครั้งที่ความทรงจำยังเป็นเพียงความรู้สึกดีๆ ความเรียบง่ายไร้ราคาค่างวดจนเราไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งนั้นมีค่า แต่ก็ด้วยความเรียบง่าย เข้าถึงได้ง่าย น่าหยิบฉวยน่าออกมาใช้นั่นเองที่ทำให้เราต้องนำถ้วยกาไก่ใบนั้นออกมาตั้งบนโต๊ะ เทขนมข้าวของและอาหารลงไปแล้วตักชิมลิ้มลอง ไม่นานก็ถึงก้นชาม (กระทั่งเกลี้ยงชาม) ดุจภาชนะของความทรงจำกำลังพาเราหวนกลับไปในวันคืนเก่าก่อนที่ทุกสิ่งอย่างยังคงเรียบง่ายไม่ซับซ้อน

วันนี้ผมได้กลับมานั่งรับอากาศใสๆ ปลายฤดูหนาวที่บ้านเกิด ณ ต่างจังหวัด – บ้านเกิดที่ผู้คนและทุกสิ่งอย่างเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมแทบทั้งหมดแล้ว แต่สิ่งที่เหลืออยู่และดึงให้ผมกลับไปก็คือ “เยื่อใยและความผูกพัน” ที่ไม่มีวันหมดไปหรือไม่มีวันเก่าแก่ตามเท่าเรายังไม่ดับลงหรือจากลาไป

ต้นฉบับ “ถ้วยกาไก่” บรรทัดแล้วบรรทัดเล่าเดินทางมาถึงตรงนี้อย่างง่ายดายและเรียบง่าย ในบรรยากาศยามสายที่ผมยังมองออกไปนอกห้องที่วางโต๊ะกินข้าวตัวใหญ่เอาไว้ในบ้านออกไปแล้วเห็นความโล่งของสวนข้างตัวบ้านที่เคยเป็นที่ลงต้นไม้และพืชผักสวนครัวที่ยายเคยลงน้ำพักน้ำแรงจนมันเติบโตสะพรั่ง ในบรรยากาศของมิตรภาพที่อบอวลระหว่างพี่น้องในครอบครัวที่นานๆ ได้พบเจอกันสักครั้งเมื่อทุกคนได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกคราหนึ่งซึ่งเป็นโอกาสธรรมดาๆ ไม่ใช่เทศกาลหรือวันพิเศษใดๆ เหมือนกับภาชนะอันเรียบง่ายที่หยิบฉวยหยิบใช้ได้ทุกโอกาสแบบถ้วยกาไก่

ในบางครั้งบางคราวและบางวัน นอกจากความเหงาและความหิวจะผลักดันให้เราเดินเข้าไปในครัว หยิบถุงขนมอาหารออกมาเปิดใส่จานชามสักใบมานั่งกินเล่นเพื่อหยุดเวลาใคร่ครวญถึงสิ่งหนึ่งสิ่งใด ดุจจะพาเราให้หยุดเวลาแล้วย้อนลึกลงไปในวันเวลาก่อนเก่าวันหรือวัยเยาว์ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกดีๆ ที่ไม่ต้องประดิดประดอยสิ่งใดให้มากความ

…ผมคิดว่า ณ เวลานั้นเป็นช่วงเวลาของ “ถ้วยกาไก่”

ถ้วยกาไก่ใบที่ 2 ใส่ของเล่น

ตุ๊กตาขนพอง หุ่นยนต์กระป๋องขึงขัง ทหารพลาสติกหมอบคลาน เฮลิคอปเตอร์มือเหาะ เรือสังกะสีลัดเลาะด้วยแรงเทียนไข…

ใครต่อใครที่เดินทางผ่านวัยเด็กมาแบบไม่กระท่อนกระแท่นหรือขาดแคลนจนเกินไปนักคงเคยผ่านและพานพบสีสันความสนุกสนานและความผูกพันที่เคยได้รับจากสิ่งละอันพันละน้อยที่เป็นเพียงของเล่นธรรมดาๆ ดังที่ว่ามากันถ้วนหน้า อาจจะมากกว่านี้หรือน้อยกว่านี้ แต่ที่ไม่น้อยหน้ากันก็คือ ความเพลิดเพลินและสุขใจของแต่ละคนที่ได้จากการใช้เวลาวุ่นๆ อยู่กับเพื่อนที่ไร้ชีวิตเหล่านี้

ของเล่นของเราในวันเก่าก่อนอาจดูเรียบเฉยหรือช่างเฉยเมยไม่น่าสนใจเอามากๆ เมื่อเปรียบเทียบกับของเล่นประดามีหลากสีแสนสวยหรือสุดจะไฮเทคที่หาได้ไม่ยากของเด็กวันนี้ แต่ยิ่งมีน้อย ยิ่งไร้สีสัน ยิ่งหายากก็ยิ่งดูเหมือนจะมีค่าและน่าประทับใจและบ่อยครั้งมันมักจะมาจากคนที่เรารักหรือกว่าจะได้สักชิ้นก็ต้องรอให้ถึงฤดูกาลงานฉลองงานใดงานหนึ่งเสียก่อน ไม่ใช่ได้มาทุกครั้งที่ออกจากบ้านเข้าห้างสรรพสินค้าไปกับพ่อแม่และก็เล่นแค่ชั่วประเดี๋ยวประด๋าวแล้วทิ้งขว้างไปทั่วบ้านเหมือนเด็กๆ หลายคนในวันนี้

ผมจำของเล่นชิ้นแรกในชีวิตในวัยเด็กของตัวเองไม่ได้แล้วก็จริง แต่คิดว่าแต่ละคนย่อมต้องเคยมีของเล่นชิ้นโปรด ของตัวเองชนิดที่ต้องหิ้วกระเตงไปไหนต่อไหนด้วย หรือไม่ก็หนีบแขนไม่ห่างจนกว่าจะหลับกันไปข้างหนึ่งถึงจะยอมปล่อย เป็นไดโนเสาร์ตัวโต ตุ๊กตาเนื้อนุ่มมอมแมมหรือรถถังปุปะบุโรทั่งหรือของเล่นอื่นใดก็ตาม แต่ในวัยเด็กเราก็พร้อมจะมองข้ามความไม่สมบูรณ์แบบ หรือความเก่าพังมอมแมมของของเล่นชิ้นโปรดไปได้เสมอ เพราะความรักและผูกพันที่มีต่อของเล่นชิ้นนั้น

เราอาจจะเคยคิดว่าเด็กที่โชคร้ายหรือน่าสงสารที่สุดก็คือเด็กที่ไม่มีของเล่นหรือไม่เคยได้รับของเล่นเป็นของขวัญมาก่อน แต่แท้จริงแล้วผมกลับคิดว่าของเล่นอาจจะมีผลต่อการเปิดกว้างความคิดและจินตนาการ สร้างความสนุกมีสีสันให้เด็กได้ก็จริง แต่แท้จริงแล้วเด็กกับของเล่นไม่เคยห่างกัน ขอเพียงเราไม่ยึดติดว่าของเล่นจะต้องมาจากร้านรวงสวยงามหรือตู้โชว์หรูหรา เป็นของเล่นที่มีราคาค่างวดเพียงเท่านั้น เด็กๆ นั้นพร้อมจะสร้างสรรค์หรือหยิบฉวยสิ่งต่างๆ ที่อาจไม่ใช่หรือไม่เหมือนของเล่นเลยแม้แต่น้อยนิดให้ออกมาโลดแล่นเป็นของเล่นคู่ใจให้กับเขาได้ตลอดโดยไม่เลือกว่าของสิ่งนั้นจะต้องเป็นของเล่นจริงๆ หรือมีคุณสมบัติเป็นของเล่นหรือไม่

ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้วจนแทบจะจำความไม่ได้ ผมเองก็เคยสนุกกับการเหน็บลำไม้ธรรมดาๆ เข้าที่เอวแล้วจินานาการว่ามันเป็นดาบสั้นหรือเป็นกริชวิเศษที่เอาไว้ฟาดฟันต่อกรกับเหล่าร้าย บ้องไม้ไผ่ลำจ้อยที่กลายมาเป็นอาวุธปืนทรงอานุภาพ กระป๋องกระแป๋งกะละมังกับขวดแก้วที่เหลือใช้จากในครัวของแม่เอามาต่อเรียงเป็นบ้านเป็นรถ เคยแม้แต่ขุดร่องกอบดินเป็นคันกั้นน้ำฝนให้เหมือนเขื่อน ฝาขวดน้ำอัดลม ซองกระดาษของมวนบุหรี่ กะลาผ่าซีก ก้านกล้วยที่เอามาจักและหักคอให้ลายเป็นม้าตัวเพรียว ยางรถจักรยานเก่า สิ่งต่างๆ เหล่านี้เคยเป็นทั้งของเล่นอันล้ำค่าที่ผมและผองเพื่อนแสวงหาและหวงแหน ซ้ำยังสนุกได้ไม่น้อยไปกว่าการได้ของเล่นดีๆ สวยๆ สักชิ้น (หรืออาจจะสนุกกว่าด้วยซ้ำเพราะว่าได้เล่นกับเพื่อนๆ)

คงเป็นการดีที่เด็กๆ จะได้รับของเล่นที่น่ารักหรือตุ๊กตาที่น่าทะนุถนอมสักตัวเป็นของเขาเอง แต่เมื่อไม่มีหรือไม่ได้มา เด็กคนนั้นก็ใช่ว่าจะเป็นคนที่โชคร้ายที่สุด เพราะแค่ลานโล่งๆ ที่เป็นดินทรายเด็กๆ ก็พร้อมจะกระโจนลงใส่และสนุกไปกับจินตนาการที่เพริศแพร้วของเขาเอง ไม่ว่าจะเป็นการขีดเขียน วาดนั่นวงนี่ พูดพร่ำแต่งเรื่องกับตัวเอง หรือแม้แต่จะคว้าใบไม้มาเสียบผมดูเหมือนสวมหมวกปลายขนไก่ของโรบินฮู้ด ดอกชบามาแต่งหน้าให้เหมือนหงอนไก่ เด็ดใบหญ้าเอามาเกี่ยวกันแข่งตีกันได้เหมือนกีฬาชนไก่ ขอเพียงมีเวลา ที่ว่างและสิ่งแวดล้อมที่ไม่มีพิษภัย เด็กทุกคนก็พร้อมจะสร้างสรรค์และสรรหาของเล่นขึ้นมาได้จากโลกภายในของพวกเขาเอง

เมื่อคิดถึงเรื่องราวของของเล่นในวัยเยาว์ เรื่องราวครั้งเก่าหลังที่อบอุ่นหลายๆ เรื่องก็โผล่ย้อนกลับมาในความคิดอีกหน ลานเล่นและสนามเด็กเล่น เพื่อนเล่นและวิธีการละเล่นต่างๆ มากมายที่เรารู้สึกว่าเวลานานเพียงไรก็ไม่พอ โลกนี้ช่างสนุกสนานและเฮฮา เต็มไปด้วยความหวัง

ของเล่นในวัยเก่าได้ผุพังและจากไป เพื่อนเล่นในวัยเด็กเติบโตและห่างหาย ลานกว้างใกล้บ้านที่เคยวิ่งเล่นอาจเปลี่ยนเป็นถนนหรือตึกสูงอันคับแคบ เส้นขอบฟ้าแสนกว้างในวัยเด็กลับหายไป เราตัวสูงใหญ่ขึ้นและหลงลืมของเล่นชิ้นโปรดก็จริง แต่ลึกๆ เรารู้ดีว่าไม่มีใครพรากวัยเด็กที่สวยงามและเต็มไปด้วยจินตนาการไปจากเด็กๆ ไปได้ วัยเด็กและรูปเงาของความทรงจำจากของเล่นจะอยู่กับเราไปตราบนานเท่านาน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s