กระท่อมว่างเปล่า วิหารเดียวดาย

กระท่อม

เป็นการยากที่เราจะใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังเดียวดายได้อย่างมีสติและอย่างรู้คุณค่าในความเดียวดายนั้น จากความรีบเร่งของชีวิต ความสับสนของวิถีในโลกยุคใหญ่ที่เป็นอยู่ อาจพูดได้ว่านอกจากโอกาสของการอยู่ตามลำพังจะหาได้ยากแล้ว การที่จะมีใครสักคนหนึ่งนิยมชมชอบการใช้เวลาอยู่คนเดียวโดยไม่คบค้าสมาคมกับใครบ้างบางเวลาก็ยิ่งหาได้ยากกว่า
ในระหว่างเส้นทางที่พาเราออกไปสู่นอกเมืองห่างไกล ภาพจากสองข้างทางที่เคยประสบและนำพาความรู้สึกสบายอกสบายใจยามได้เห็นบางครั้งก็คือภาพของกระท่อมหลังเล็กๆ ซึ่งอาจเป็นเรือนพักหลบแดดฝนของคนทำไร่นา อาจเป็นเพียงกระท่อมที่มีโครงสร้างเรียบง่าย สร้างจากไม้ไม่กี่ชิ้น ฝาและพื้นปูด้วยไม้ไผ่สาน มุงหญ้าแฝก ไร้ราคาค่างวดสูงส่ง แต่กระท่อมน้อยหลังที่เคยพบเห็นซึ่งตั้งอยู่อย่างเดียวดายกลางทุ่งนา ตามไหล่เขานาขั้นบันไดหรือชายป่า ในทิวทัศน์อันโล่งกว้างเป็นธรรมชาตินั้นต่างหากที่กลับสร้างความรู้สึกสบายตาสบายใจ สมถะเรียบง่าย ไม่ต้องการอะไรมากนักในชีวิตให้แก่ผู้ที่ได้พบเห็น
การใช้ชีวิตไล่กวดสิ่งต่างๆ อย่างไม่สิ้นสุด เพื่อสนองความต้องการภายนอกและความรู้สึกอันไม่สิ้นสุดในใจของคนเรา บางครั้งดูเหมือนกับว่าเรากำลังใช้โมงยามทั้งหมดที่มีในชีวิตสลักเสลาลวดลายวิจิตรให้กับวิหารใหญ่โตเกินกำลัง กว่าจะได้เสาแต่ละต้นให้สูงตระหง่านเพื่อค้ำยันความรู้สึกภายในตัวเองให้สูงส่งกว่าคนอื่นๆ กว่าจะได้รูปทรงของวิหารให้ใหญ่โตโอ่อ่าอัครฐาน แต่แล้วผู้ที่ใช้เวลาเพื่อสะสม สร้างทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินตัวก็อาจจะหมดแรง ล้มฟุบ ซุกตัวอยู่ภายในเงาของสิ่งที่ตัวเองสร้างโดยที่ไม่ทันได้รู้สึกในความยิ่งใหญ่ของวิหารที่ทุ่มเทเรี่ยวแรงและวันเวลาลงไป
ช่างน่าสนใจว่าชีวิตที่ดูเหมือนว่าประกอบด้วยหลายสิ่งหลายอย่างมากมาย ทั้งสุขภาพ ความสมบูรณ์พร้อมทางหน้าตา ชื่อเสียง ความสำเร็จและเงินทอง ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้อาจก่อเกิดความเป็นสุข ความสมหวัง ความทุกข์ ดิ้นรนทุรนทุรายหรืออยากได้ใคร่มีให้แก่คนเราได้อย่างไม่สิ้นสุด และเมื่อคนเราชอบที่จะใช้การเปรียบเทียบในความสุขความทุกข์ที่เราเองมีอยู่กับผู้อื่นด้วยการบอกว่าวิหารในตัวเรานั้นมีขนาดใหญ่โตแค่ไหน มีห้องหับมากกว่า หรือมีทรัพย์สมบัติที่ครอบครองอยู่มากกว่าวิหารของคนอื่นและที่แข่งขันกันอยู่ด้วยแล้ว ในชีวิตก็แทบจะไม่เหลือพื้นที่ให้หันกลับมามองว่าภายในวิหารแห่งชีวิตที่ได้เอาความสุข วันเวลา การเสียสละหลายสิ่งอย่างในชีวิตเข้าแลกให้ได้มานั้น มีผู้อื่นหลงเหลือเพื่อร่วมสุขร่วมทุกข์ในร่มเงาอันยิ่งใหญ่แห่งนั้นหรือไม่
หากเราไม่มุ่งเน้นการสะสมและยึดครอง ใช้เวลาไปในการสร้างวิหารเพื่ออยู่อย่างเดียวดาย แต่พยายามที่จะมองเห็นความสุขจากพื้นฐานชีวิตที่เรียบง่าย เป็นสุขได้จากตัวเรา จากภายในที่เต็มพร้อมในตัวเองซึ่งเกิดจากการมองเห็นความทุกข์ให้ชัด และเห็นว่าแท้จริงแล้วสุขและทุกข์เป็นเงาของกันและกัน จิตใจของเราอาจไม่แตกต่างจากไม้ไผ่สานที่ขึ้นรูปเป็นฝาผนัง ขื่อคานและชานเรือนของกระท่อมน้อยมุงหญ้าแฝก ซึ่งแม้จะเผชิญกับความแปรเปลี่ยนผุพังอย่างง่ายดาย จากการตั้งอยู่กลางทิวทัศน์อันโล่งกว้างท้าทายแดดฝน และแม้จะทั้งกระท่อมหลังเล็กๆ หลังนั้นจะบรรจุไว้เพียงห้องว่างเปล่าโล่งๆ ได้เพียงห้องเดียว
แต่ก็อาจพร้อมที่จะเป็นเรือนชานให้ใครต่อใครเข้าไปหลบแดดหลบฝนได้ หรือให้สายตาของผู้ที่เหนื่อยล้าจากการสะสมสร้างวิหารของตัวเองได้หย่อนพักลงกับภาพอันเรียบง่ายแม้เพียงครู่หนึ่ง
(ขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ http://www.pixpros.net/forums/showthread.php?t=50118)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s