เรียนโยคะที่อินเดีย หวนกลับคืนสู่รากเหง้า

          อินเดียนั้นเป็นต้นทางหรือถิ่นกำเนิดศาสตร์เก่าแก่อย่างโยคะ และอาจกล่าวได้ว่าหนึ่งในคุณูปการหนึ่งที่สังคมอินเดียได้สร้างสรรค์เอาไว้ ก็คือการให้กำเนิด “ปรัชญาโยคะ” เพื่อการหลุดพ้นและจิตใจที่สงบสุข พ้นจากความทุกข์

            เมื่อศาสตร์โยคะได้รับการยอมรับมากขึ้นและแพร่ขยายไปทั่วโลกทุกวันนี้ การสืบสานศาสตร์โยคะเพื่อการเรียนรู้เรื่องราวของโยคะในระดับที่ลึกลงไป หรือเรียนเพื่อเป็น “ครูโยคะ” เกิดขึ้นทุกหย่อมย่านทั้งในประเทศไทยและทุกๆ มุมโลก แต่ถึงกระนั้นหลายๆ คนก็ยังมีความปรารถนาที่จะได้เดินทางกลับไปค้นหารากเหง้าแห่งโยคะด้วยการไปร่ำเรียนโยคะถึงถิ่นอินเดีย

“อินเดียมีอะไรดี” และทำไมจะต้องไปเรียน “โยคะ” ไกลถึงที่นั่น การเดินทางไปอินเดียด้วยตัวเองจะทำได้อย่างไร และจะตัดสินใจไปเรียนที่ไหนดี คำถามเหล่านี้เกิดขึ้นในจิตใจของผู้ที่กำลังให้ความสนใจในการไปเรียนโยคะที่อินเดีย…

           อรุโณทัยเสวนาครั้งที่ 2 โดย “อรุโณทัย” สื่อโยคะออนไลน์ในประเด็น “ศิษย์อินเดีย” ชักชวนผู้คนที่สนใจโยคะมานั่งลงเสวนากันในข้อกังขาเหล่านี้ โดยนำประสบการณ์ในการเดินทางไปเรียนโยคะที่ประเทศอินเดียมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน กิจกรรมเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อ 5 สิงหาคม 2555 ณ Soul Space yoga Studio & art gallery

ประเด็นหลักที่นำมาสู่การจัดเสวนาดังกล่าวก็คือ ความน่าสนใจที่จะไปเรียนโยคะที่อินเดียอยู่ที่จุดใดบ้าง และที่มาของการตัดสินใจเลือกที่จะไปเรียนที่โยคะยังสถาบันหรืออาศรมโยคะแห่งใดแห่งหนึ่งของแต่ละคนนั้นมีอะไรเป็นแรงบันดาลใจทำให้ตัดสินใจ เลือกอย่างไรว่าจะไปเรียนโยคะที่ไหนดี รายละเอียดของคอร์สการเรียนเป็นเช่นไร การเดินทางและบรรยากาศการเรียนที่เกิดขึ้นจริงมีรายละเอียดอย่างไร และที่สำคัญก็คือ “อินเดีย” ให้อะไรและได้รับอะไรจากการเดินทางไปเรียนโยคะกลับมาจากอินเดีย

          วิทยากรหลักที่มานำสนทนาแลกเปลี่ยนใน “อรุโณทัยเสวนา” ครั้งนี้ประกอบด้วยคุณสุทธิดา พิพิธภักดี ซึ่งไปเรียนโยคะมาจากสถาบันไกวัลยธรรมโยคะ (Kaivalyadhama Yoga Institute)เมืองโลนาฟลา (Lonavla) คุณจักรกริช  พวงแก้ว จาก Bihar Yoga Bharati,Munger รัฐพิหาร คุณเอกชัย สถาพรธนพัฒน์ จากโยคะวิทยากูรูกุล (Yoga Vidya Gurukul) เมืองนาสิก และคุณอิทธิฤทธิ์ ประคำทอง จากอาศรมศิวนันทะ (Sivananda Vedanta Dhawantari Ashram) เนยาร์แดม เมืองตริวันดรัม รัฐเกรละ

คุณสุทธิดาเริ่มเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ 6 สัปดาห์ในการไปเรียนโยคะที่ Kaivalyadhama Yoga Institute ตั้งอยู่ในเมืองโลนาฟลา ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ระหว่างปูเน่และเมืองมุมไบว่า เลือกไปเรียนจากคำแนะนำของครูโยคะหลังจากที่เริ่มฝึกโยคะอยู่ที่กัวลาลัมเปอร์ เนื่องจากทฤษฎีวิชาการของสถาบันนี้ที่ละเอียด แม้ว่าภาคปฏิบัติจะอ่อนมากเมื่อเทียบกับสถาบันอื่นๆ แต่การพยายามนำเอาหลักวิทยาศาสตร์มาทำความเข้าใจประโยชน์ของโยคะเป็นจุดเด่นของสถาบันนี้
“หลังจากฝึกในสตูดิโอได้ปีกว่าๆ ตอนนั้นรู้สึกว่าอยากหาความรู้เกี่ยวกับโยคะให้ลึกซึ้งมากขึ้น โดยเฉพาะประโยชน์ของการฝึกที่มีต่อสุขภาพร่างกายของเราจึงตัดสินใจไปเรียนที่นี่ โชคดีที่มีเพื่อนผู้หญิงเดินทางไปด้วยทำให้ไม่ต้องศึกษาข้อมูลหรือเตรียมตัวด้วยตัวเองมากนัก

          “ถึงแม้ระหว่างเรียนช่วง 6 สัปดาห์นั้นจะรู้สึกว่าหนักหนาพอสมควรเพราะเรียนหลายวิชาและใช้เวลาเต็มวัน แถมต้องกลับไปอ่านหนังสือเตรียมสอบ เรียกได้ว่าเข้มข้นมาก ส่วนของหลักสูตรก็ถือว่าครบถ้วน เป็นที่น่าพอใจ วิชาที่จัดมาให้เรียน หลากหลายและครอบคลุมแทบทุกด้านของโยคะ”

คุณสุทธิดาสรุปว่า ชอบและดีใจที่ตัดสินใจดั้นด้นไปเรียนหลักสูตรนี้ถึงอินเดีย
เพราะนอกจากความรู้ที่ได้กลับมา ยังได้รู้จักครูบาอาจารย์ที่ดำเนินชีวิตตามวิถีโยคะ รู้จักเพื่อนใหม่ที่มีความสนใจเดียวกัน แล้วก็ได้ฝึกวินัยตัวเอง ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจมาก

ส่วนคุณจักรกริชและคุณเอกชัย สองชายหนุ่มนั้นให้ความสนใจไปเรียนโยคะที่อินเดียเพื่อต่อยอดความสนใจและประสบการณ์ในการฝึกโยคะที่มีอยู่ โดยคุณเอกชัยนั้นเรียนจบหลักสูตรครูโยคะของสถาบันโยคะวิชาการก่อนที่จะเดินทางไปเรียนต่ออินเดีย ขณะที่คุณจักรกริชนั้นหลังจากฝึกโยคะในสตูดิโอที่เมืองไทยก็เลือกที่จะไปใช้เวลาเรียนคอร์สที่ใช้เวลานานถึง 4 เดือนในคอร์สชื่อ Course in Yogic Studies ที่เมืองพิหาร ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นโรงเรียนโยคะเก่าแก่และเป็นที่รู้จักดีแห่งหนึ่ง

ปัญหาและอุปสรรคตลอดระยะเวลา 4 เดือนที่เรียนโยคะที่อินเดียของคุณจักรกริชคือการที่จะต้องเข้าร่วมกิจกรรมสวดมนต์ของทางโรงเรียนซึ่งเป็นกิจกรรมที่จริงจังและเข้มข้นมาก จนทำให้เกิดแรงต่อต้านขึ้น แต่ถึงกระนั้นก็ยังรู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ที่มีค่าและให้อะไรกับชีวิตมาก ได้รู้จักกับ “Seva Yoga” ซึ่งเป็นกิจกรรมการทำงานเพื่อสังคมหรือ “กรรมโยคะ” (Karma Yoga) แม้คอร์สที่ได้เรียนจะไม่เรียกว่าเป็นหลักสูตรครูโยคะก็ตาม เนื่องจากสถาบันนี้เปิดหลักสูตรในระดับปริญญาตรี

สำหรับคุณเอกชัยนั้นเมื่อเลือกที่จะไปเรียนที่โยคะวิทยากูรูกุลก็ได้ติดต่อไปยังโรงเรียนผ่านทางเว็บไซต์เพื่อจองที่เรียนล่วงหน้า ซึ่งเกือบไม่ได้ เนื่องจากสถาบันนี้เองก็ได้รับความนิยมมาก

“ที่นี่เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มีการสอนและทำกิจกรรมทางสังคมเกี่ยวกับโยคะ รุ่นผมมีคนเรียนประมาณ 20 กว่าคนทั้งหมดเป็นผู้ชาย เพียง 4 คน ทุกคนอาศัยอยู่ในห้องเดียวกันและภายในบรรยากาศของที่เรียน ซึ่งเป็นชนบท ตั้งอยู่บนภูเขา ส่วนหลักสูตรการเรียนสำหรับผมไม่ค่อยยากเท่าไรนัก เพราะมีความคุ้นเคยกับหลักสูตรและวิชาที่เรียน ซึ่งต้นแบบมาจากสถาบันไกวัลยธรรม และโยคะวิชาการเมืองไทยก็ได้เอามาใช้ด้วย การใช้ชีวิตในการเรียนต้องปรับตัวให้เข้ากับคนที่มาเรียนจากทั่วโลก” คุณเอกชัยให้ข้อมูล

สำหรับการเดินทางไปอยู่ในอาศรมโยคะที่อินเดียใต้เพื่อเรียนหลักสูตรครูโยคะ (Teacher Training Course – TTC) เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็มของคุณอิทธิฤทธิ์ ต้องใช้การเตรียมตัวในการหาข้อมูล ศึกษาข้อมูลหลักสูตรล่วงหน้า และที่สำคัญคือการเตรียมภาษาอังกฤษทั้งการพูดและเขียน ซึ่งเป็นภาษาที่จะต้องใช้ในการเรียนให้พร้อมที่สุด

คุณอิทธิฤทธิ์เล่าอีกว่า “ในการใช้ชีวิตที่อาศรมเต็มไปด้วยกฎระเบียบตั้งแต่ตื่นเช้าตอนตีห้าไปจนถึงก่อนเข้านอนตอนห้าทุ่ม ทุกเช้าและเย็นมีการนั่งสมาธิร่วมกันและฟังโอวาสจากครูเรียกว่าการเข้าสัทสัง (Satsang)แต่ละวันมีการฝึกอาสนะเช้าสองชั่วโมงและเย็นอีกสองชั่วโมง ระหว่างวันมีการเรียนสวดมนต์เป็นภาษาสันสกฤต เรียนคัมภีร์ภควัตคีตา และทำกิจกรรมสำหรับส่วนรวมให้กับอาศรมวันละหนึ่งชั่วโมงเรียกว่ากรรมโยคะ แต่ละวันอาหารที่รับประทานเป็นอาหารมังสวิรัติอินเดียเพียงสองเวลาเท่านั้น”

………………………………..

            อินเดียอาจจะไม่ใช่แค่เพียงจุดหมายที่มีโรงเรียนโยคะตั้งอยู่ หรือเป็นปลายทางที่น่าสนใจสำหรับนักเดินทางทั่วไป แต่ยังเป็นบทพิสูจน์สำหรับคนรักโยคะ ว่าต้องการเรียนรู้ให้ลึกขึ้นเพื่อค้นพบจิตวิญญาณด้านในที่ลึกขึ้นของตัวเอง ท่ามกลางจิตวิญญาณแห่งโยคะที่แทรกอยู่ในอณูชีวิตของถิ่นภารตะ ซึ่งรอท่าให้ค้นหาอยู่หรือไม่

2 thoughts on “เรียนโยคะที่อินเดีย หวนกลับคืนสู่รากเหง้า

  1. อยากไปเรียนเป็นครูสอนโยคะที่อินเดีย ต้องใช้เวลานานแค่ไหน ค่าใช่จ่ายประมาณเท่าใหม่ ไม่เก่งภาษาอังกฤษ เรียนได้มั้ยค่ะ แค่พอพูดได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s