เรื่องจริงข้างบ้าน

สองวันก่อนผมเพิ่งมีโอกาสได้ชมภาพยนตร์เรื่อง The Lady หรือชื่อไทยว่า “ผู้หญิงท้าอำนาจ” ซึ่งถ้าหากใครไม่เคยรู้มาก่อนก็ต้องเล่าว่าสร้างมาจากอัตตชีวประวัติของวีรสตรีชาวพม่าที่ยังมีลมหายใจอยู่ นามของเธอคือ “อองซานซูจี” นักต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมและประชาธิปไตยในประเทศเพื่อนบ้านข้างๆ บ้านเรานี่เอง

ประสาคนที่เคยไปเที่ยวพม่ามาแล้วเมื่อหลายปีก่อน (จำได้ว่าก่อนออกเดินทางผมต้องคิดหนักเอาการเพราะไม่อยากเอาเงินจากการท่องเที่ยวไปสนับสนุนให้ผู้นำเผด็จการทหารพม่าที่ครองอำนาจและกดขี่ผู้คนชาติเดียวกับตนเองเอาไว้) เมื่อได้ดูหนังเรื่องนี้ ซึ่งจากข้อมูลบอกว่าฉากต่างๆ ส่วนใหญ่แล้วจำเป็นต้องถ่ายทำในประเทศไทยเป็นหลัก (จะหาที่ไหนที่เหมือนพม่า แต่ก็ “ฟรี” หรือเสรีสุดๆ ในการเปิดกว้างให้ถ่ายทำเหมือนบ้านเราได้อีกจริงไหมครับ) แต่ดูอย่างไรก็ยังไม่เหมือนความเป็นจริงตามท้องถนนและชีวิตผู้คนพม่าที่ผมเคยได้ไปประสบพบเห็นมาเมื่อ 4 – 5 ปีก่อน

อดีตนั้นพม่าเคยรุ่งเรืองและเกรียงไกรมากในการเป็นอาณาจักรของตนเอง ทำศึกสงครามเก่งและมีศิลปวิทยาการเป็นของตนเองไม่น้อยกว่าชาติใดๆ ในเอเชีย แต่เมื่อต้องตกเป็นเมืองขึ้นชั้นรอง (ว่ากันว่าพม่าไม่ได้ตกเป็นแค่เมืองขึ้นของชาติตะวันตกอย่างอังกฤษเท่านั้น แต่อังกฤษยังส่งคนอินเดียมากดขี่ปกครองคนพม่าต่ออีกชั้นหนึ่งด้วย) ทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมหาศาลอย่างแร่ธาตุ (ทองคำ) และไม้สักคงจะถูกดูดออกไปจากประเทศนี้เป็นจำนวนมาก ต่อมาเมื่อการเมืองในประเทศขาดความปรองดองในการที่จะสมานฉันท์ผู้คนต่างเหล่าต่างชนเผ่า ชนชั้นทหารก็ถือโอกาสที่จะเก็บนายพลอองซาน บิดาของอองซานซูจีและดึงพม่าให้ตกลงไปอยู่ในวังวนแห่งความล้าหลัง ตกต่ำ และขาดไร้คุณภาพชีวิตที่ดีในทุกๆ ด้าน นอกจากนี้ยังมีการกดขี่ จับกุม ทารุณทำร้านเข่นฆ่าชนกลุ่มน้อย ประชาชนและพระสงฆ์ที่ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมและประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่อง

ปี 1988 เกิดการเดินขบวนครั้งใหญ่เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยของนักศึกษาพม่าและเป็นปีที่อองซานซูจีต้องลาจากครอบครัวของเธอที่เมืองออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษกลับคืนบ้านเกิดเมืองนอนเพื่อเยี่ยมมารดาที่กำลังป่วยหนัก และได้เห็นสภาพของการกวาดล้างนักศึกษาและความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นขัดสน ขาดบรรยากาศที่เปิดกว้างทางความคิดที่เสรี นั่นเองเป็นเหตุให้เธอจำต้องร่วมขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยและต่อสู้กับเผด็จการทหารพม่าเป็นต้นมา

ลำพังแค่เป็นชายหรือเป็นกองทัพติดอาวุธที่คิดต่างและต้องต่อสู้กับเหล่าเผด็จการชาติเดียวกันก็อาจจะยากแล้ว แต่นี่อองซานซูจีเป็นแค่เพียงผู้หญิงแม่บ้านวัยกลางคนที่มีเพียงมือเปล่า แต่เธอมีนักศึกษา นักวิชาการ ชนชั้นผู้นำทางความคิดและประชาชนสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง และด้วยเหตุผลที่หนักแน่นข้อหนึ่งก็คือ เธอคือธิดาของอดีตผู้นำพม่าที่มีคนรักมากที่สุดและเป็นวีรบุรุษที่ต้องสละชีพสังเวยการเมืองบ้าอำนาจของเหล่าเผด็จการทหารมาแล้ว แต่หนังก็ฉายให้เห็นแนวคิดเบื้องหลังการต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยวด้วยการใช้รอยยิ้ม ความสงบ ไม่ใช้อาวุธ ใช้อหิงสาและสันติวิธีซึ่งอองซานซูจีได้รับแนวคิดเช่นนี้มาจากการต่อสู้แบบสัตยาเคราะห์ของมหาตมะคานธี

ผมดูหนังเรื่องนี้ด้วยอาการที่ตัวเทิ้มสั่นเล็กๆ และหายใจแทบจะไม่เต็มท้องเพราะเรื่องราวชีวิตที่เข้มข้น ความเสียสละ และความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวที่กล้าสู้กับอำนาจคับฟ้าที่กล้ายิงคนทิ้งหรือสั่งให้เก็บใครก็ได้ในตอนนั้นที่ไม่เห็นด้วยหรือกล้าหือกับพวกตน อดที่จะลุ้น คล้อยตาม และเอาใจช่วยเธอไม่ได้ในเมื่อพม่าเป็นเหมือนเพื่อนข้างบ้านเราเองแท้ๆ ไฉนเราจึงจะปล่อยเฉยนิ่งดูดายอยู่ได้

เปรียบแล้วก็เหมือนถ้าหากเรามีครอบครัวเพื่อนบ้านที่มีชายคาติดกัน วันดีคืนดีก็ประสบพบเห็นผู้ชายตัวโตในบ้านตบตีลงไม้ลงมือกับลูกๆ ในครอบครัวหรือทำร้ายร่างกายผู้หญิงที่ดูเหมือนไม่มีทางสู้ในบ้านของพวกเขา กระทั่งค้ายาเสพติด ทำสิ่งรุนแรงต่างๆ นานา แล้วเราจะอยู่เฉยนิ่งดูดายโดยไม่ลงมือทำอะไรสักอย่างเลยเชียวหรือ

ผมต้องขอขอบคุณมิเชล โหย่ว นักแสดงนำที่มารับบทอองซานซูจี ซึ่งเธอต้องหัดพูดภาษาพม่าและลดน้ำหนักมากมายให้ดูเหมือนดอว์ซูตัวจริง ขอบคุณลุค เบซอง ผู้กำกับฯ ที่ไม่เพียงทำหนังดีๆ อย่าง “ลีออง” แต่ยังกำกับเรื่องนี้ออกมาให้เราได้ดูด้วย

ในตอนท้ายเมื่อหนังจบและมีเครดิตทีมงานขึ้นมา มีประโยคประโยคหนึ่งซึ่งเป็นคำพูดของอองซานซูจีปรากฏขึ้นมาส่งท้าย…

“Please use your abilities to save ours…”

จงอย่านิ่งเฉยกับเรื่องราวของพม่าและช่วยเหลือเราเท่าที่ท่านจะสามารถ…

One thought on “เรื่องจริงข้างบ้าน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s