วันหนึ่งกับนักข่าวทวิตเตอร์ และการเดินทางไปปลูกปะการัง (ของผม)

โลกนี้มีดีอยู่อย่าง…

นั่นก็คือ ถ้าเราไม่ปิดโอกาสตัวเอง แม้ไม่ไขว่คว้ามากมายจริงจังนักก็ยังมีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นและผ่านเข้ามาสู่ชีวิตเสมอ

อย่างน้อยก็คือการได้รู้จักใครสักคน

อย่างมากก็คือการที่จะได้มีโอกาสทำอะไรเพื่อใครหลายๆ คน

ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองชีวิตยังไง

ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้วันเวลาหนึ่งๆ อย่างไรต่างหาก

เมื่อวานนี้ผมออกเดินทางไปช่องแสมสาร สัตหีบ จังหวัดชลบุรีเป็นครั้งแรกอย่างไม่จงใจเท่าไรนัก

(คำว่า “ไม่จงใจ” นี่ ต่างจากคำว่าไม่ตั้งใจมากนะครับ เรียกว่ามีอาการของความตั้งใจอยู่แต่เพียงไม่ค่อยจะชัดเจนในความรู้สึกที่อยากจะไปอยากจะทำเท่าไรนักแค่นั้นเอง)

เรื่องของเรื่องมีว่าภรรยาผมเป็นนักข่าวและรู้ว่าผมเขียนคอลัมน์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม (อยู่บ้าง) พอมีโอกาสที่เธอจะไปดูกิจกรรมวันครบรอบ 102 ปีของการก่อตั้งบริษัท ลอรีอัล ด้วยการพาพนักงานไปทำกิจกรรม “อาสาพิทักษ์ปะการังไทย” ที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทยที่เกาะแสมสาร เธอก็ชวนผมไปเป็นผู้ติดตามด้วย

“ไปเถอะ อย่าคิดอะไรมาก อย่างน้อยเธอก็จะได้ไปเที่ยวไปดูทะเลไง…”

 

เช้าตรู่เราออกเดินทางจากบ้านแถวลาดพร้าวไปสมทบกับคณะนักข่าวที่รอออกเดินทางด้วยรถตู้อยู่ที่ตึกสำนักงานลอรีอัลแถวช่องนนทรี จากนั้นผมก็ได้ร่วมขบวนไปพร้อมกับ “คณะผู้สื่อข่าว” ที่ได้รับเชิญจากลอรีอัลและบริษัทประชาสัมพันธ์ที่ประสานงาน

ในรถตู้ขณะเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไม่นาน คุณพร พีอาร์ผู้คล่องแคล่วจากฮิลล์ แอนด์ โนวล์ตันก็ชักชวนให้ผู้ร่วมเดินทางในรถคันเดียวกันได้แนะนำตัวทำความรู้จักกัน

ในวันที่ผมเปิดใจรับโอกาสใหม่ๆ และลองใช้เวลาหนึ่งวันออกเดินทางไปแสมสารวันนั้นเองที่ทำให้ผมได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ อีกสามสี่คน คือคุณพัชร คุณเอิร์ธและคุณมะลิ และพวกเขาก็แนะนำตัวว่าเป็นผู้เขียนบล็อก และเกี่ยวพันกับการรายงานความเคลื่อไหนผ่านทางทวิตเตอิร์ … “นักข่าวทวิตเตอร์” เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินว่ามีนักข่าวที่ทำงานผ่านทวิตเตอร์ได้ด้วย

ถึงตรงนี้อาจจะชวนคุยนอกรอบก่อนว่า นักข่าวคืออะไร ทำงานอย่างไร และผู้ที่เรียกตัวเองว่าเป็นนักข่าวนั้นใช้เครื่องมือ หรือกระบวนการอะไรในการสื่อสารส่งข่าวออกไป

ผมเองนั้นทั้งชีวิตนี้ที่ผ่านมาหากเคยข้องแวะเกี่ยวกับงานด้านข่าวมาบ้างก็เป็นแต่เฉพาะนักข่าวหนังสือพิมพ์และนิตยสาร และพอจะบอกได้ว่า นักข่าวที่เคยรู้จักมีแต่นักข่าวหนังสือพิมพ์ นักข่าววิทยุที่ทำหน้าที่รายงานข่าวทางเสียงให้เราได้ยินได้ฟัง กับนักข่าวทีวีผู้ถือไมค์ยืนมาดมั่นอยู่หน้ากล้อง

แต่โลกยุคนี้มีเคเบิล มีดาวเทียม มีอินเทอร์เน็ต มีเว็บไซต์ มีคำว่าบล็อกเกอร์ โซเชียลมีเดียเกิดขึ้นมากมาย แล้วทำไมมี “นักข่าวทวิตเตอร์” ขึ้นมาบ้างมาได้

แล้วใครและเขา –เธอผู้นั้นทำอะไรและอย่างไรจึงถูกเรียกขานว่าเป็นนักข่าวประจำทวิตเตอร์?


จากประสบการณ์เดินทางใกล้ชิด ได้ร่วมขบวนเดินทาง นั่งรถไปแสมสารด้วยกัน ได้ร่วมวงสนทนาและมื้ออาหารกันหลายมื้อ ผมขอบอกว่าความสามารถพิเศษของเพื่อนผู้รักการทวีต (Tweet) ข้อความ ความคิด คำพูด เนื้อหาและเฮฮากึ่งสาระบนหน้าเว็บฯ Twitter ก็คือ พวกเขาพร้อมที่จะกดข้อความพิมพ์ตัวอักษร 140 ครั้งลงในช่องว่างๆ ส่งภาพที่เพิ่งถ่าย ส่งเนื้อหาที่เพิ่งได้ยินได้ฟังและได้เห็นออกไปให้สู่สายตาของผู้อ่านที่เรียกว่า Followers ของตัวเองอย่างทันท่วงที โดยไม่เลือกที่และแทบจะทุกเวลา

เมื่อผู้ส่งสารพร้อมที่จะกดเนื้อหาลงบนสมาร์ทโฟนส่วนตัวเพื่อส่งข่าวสารออกไปยังที่ที่ผู้อ่านผู้รับสารรออยู่ กระบวนการสื่อสารก็ย่อมเกิดขึ้นแล้ว…

แสมสารที่ผมเคยคิดเคยฝันเอาไว้หน้าตาไม่น่าจะเป็นเช่นนี้…

ณ จุดแห่งความโล่งที่ท้องฟ้าเปิดกว้าง ทอดสายตาออกไปเห็นหมู่เกาะแสมสาร เช่น เกาะแรด เกาะขาม ทอดเป็นแนวขนาบขนานไปกับเส้นขอบฟ้าและท้องทะเลเรียบสนิท

ผมเคยนึกไปว่าชุมชนตรงช่องแสมสารน่าจะมีบรรยากาศของความเป็นชุมชนประมงริมทะเลที่หนาแน่นและสวยงามน่าอยู่กว่าที่ได้เห็น แต่อาจจะเป็นเพราะว่ายามสายวันนั้นผมเดินทางเข้าสู่บริเวณของพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทยภายในบริเวณของฐานทัพเรือสัตหีบ มิใช่ชุมชนแสมสารจริงๆ ที่อยู่ละแวกเดียวกัน แต่ห่างออกไปก็เป็นได้

“พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย ตั้งอยู่บริเวณเขาหมาจอ ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จัดตั้งขึ้นโดยกองทัพเรือ ตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติสำหรับเยาวชน และประชาชนทั่วไป ได้เห็นความหลากหลายของทรัพยากรทะเลไทย และเข้ามาเรียนรู้ธรรมชาติซึ่งจะนำไปสู่การอนุรักษ์ พัฒนา และใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างยั่งยืนสำนักงานพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย (พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมระหว่างวันอังคาร – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 9.00 ถึง 17.00 น. หยุดวันจันทร์ (ยกเว้นวันจันทร์ตรงกับวันนักขัตฤกษ์ จะเปิดให้เข้าชมเป็นกรณีพิเศษ) ค่าเข้าชมชาวไทยคนละ 50 บาทโทร. 038 432 471, 038 432 473 มือถือ 08 9603 4663 เว็บไซต์ www.tis-museum.org)”

ใครก็ตามที่เพิ่งเคยได้ยินและได้รู้ว่าที่แสมสารมีอะไรดีๆ เช่นนี้ควรจะเก็บจดจารข้อมูลพื้นฐานนี้ไว้เผื่อได้ใช้ประโยชน์ในวันข้างหน้า

หลังจากฟังการกล่าวต้อนรับจากผู้หลักผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ ผู้บริหารของพิพิธภัณฑ์ และฟังอีกหนึ่งคนที่มีบทบาทสำคัญคือ ผศ.ดร.สุชนา ชวนิตย์ (อาจารย์เปิ้ล) อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ  ในการปลูกและปะการังในโครงการนี้ กล่าวให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ปะการังในอ่าวไทย ซึ่งประสบปัญหาปะการังฟอกขาวจนทำให้ทะเลไทยต้องสูญเสียปะการังไปอย่างรวดเร็ว ต้องหาทางอนุรักษ์ฟื้นฟูเพาะเลี้ยงและปลูกปารังทดแทนในกิจกรรมครั้งนี้ ก็ได้เวลาลงเรือข้ามไปสู่เกาะแสมสารร่วมกับชาวลอรีอัลนับร้อยชีวิตเสียที

ความน่าสนใจของอาจาร์ย์เปิ้ลก็คือนอกจากจะเป็นผู้เอาจริงเอาจังกับการเยียวยารักษาฟื้นฟูดูแลปะการังแล้ว ท่านยังเป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ผู้เคยได้รับทุนจากโครงการทุนวิจัย ลอรีอัล ประเทศไทย เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์ ในปี 2551 สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เป็นนักวิทยาศาสตร์สตรีไทยคนแรกที่เดินทางไปสำรวจทวีปแอนตาร์กติก ร่วมกับคณะสำรวจทวีปแอนตาร์กติกญี่ปุ่นที่ 51 (JARE-51; 51th Japanese Antarctic Research Expedition) เพื่อศึกษาผลจากภาวะโลกร้อนที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม และศึกษาประสิทธิภาพของเรือสำรวจลำใหม่ และสร้างฐานความร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นและไทยในการศึกษาวิจัย ณ ทวีปแอนตารก์ติกในอนาคตในช่วงปลายปี 2552 ที่ผ่านมา

ข้อมูลที่ได้รับรู้รับฟังเกี่ยวกับการแนะนำตัวอาจารย์เปิ้ลนี้ทำให้บรรดานักข่าวและใครก็ตามที่ได้รับรู้ อดที่จะทึ่งความเอาจริงเอาจังของสุภาพสตรีนักวิชาการตัวเล็กๆ แต่มีเสียงหัวเราะร่าเริงคนนี้ไม่ได้

เรื่องราวต่อไปจากช่วงหลังอาหารมื้อกลางวันไปจนถึงบ่ายแก่ๆ คือการร่วมไม้ร่วมมือกันทำกิจกรรมเพื่อปลูกปะการังในโครงการอาสาพิทักษ์ปะการังไทยของชาวลอรีอัล เนื่องในวัน Citizen Day หรือวันครบรอบวันเกิดปีที่ 102 ของบริษัทฯ โดยมีการแบ่งกลุ่มคนทำกิจกรรมออกเป็น 3 ฐานเมื่อไปถึงเกาะแสมสารอันเงียบสงบในวันนั้นแล้ว นั่นก็คือแบ่งกลุ่มแรกเป็นกลุ่มดำน้ำลึกเพื่อนำปะการังที่เพาะเลี้ยงไว้ลงไปปลูกหรือไปปล่อยไว้ในทะเล อันนี้ยังรวมการปล่อยหอยมือเสือด้วย กลุ่มที่สองดำน้ำตื้นเพื่อนำปะการังที่จะปล่อยลงทะเลเอาไปให้กลุ่มที่หนึ่ง

ส่วนฐานที่ 3 กลุ่มใหญ่ที่สุดเป็นกลุ่มที่ปักหลักอยู่บนชายหาดเพื่อช่วยกันนำปะการังที่อายุ 1 ปี ความยาวประมาณ 1 เซนติเมตรมาปักไว้บนไม้ทีกอล์ฟ เพื่อเตรียมไปอนุบาลเพาะเลี้ยงต่อและช่วยกันทำความสะอาดบ้านของปะการังซึ่งเป็นแผ่นกระเบื้องที่ลูกปะการังมาเกาะเจริญเติบโตอยู่ให้เกลี้ยงเกลาจากตะไคร่น้ำและสาหร่ายที่มาเกาะ เพื่อให้พร้อมจะเจริญเติบโตต่อไปได้ดีขึ้น

โครงการนี้เป็นการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ปะการังไทยแบบ “อาศัยเพศ” หมายถึงการที่ทีมงานอาจารย์สุชนาจะต้องออกไปเก็บไข่และสเปิร์มของปะการัง (ปะการังเป็นสัตว์นะครับ เพราะฉะนั้นมันจึงสืบพันธุ์ได้ทั้งแบบอาศัยเพศที่ว่า และยังสามารถที่จะขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศในลักษณะเดียวกับพืชคือการแบ่งกิ่งก้านไปปักชำขึ้นมาใหม่ได้) ในอ่าวไทยมาผสมกันในลักษณะเดียวกับการผสมเทียมเด็กในหลอดแก้ว จากนั้นก็จะต้องเอาลูกปะการังที่ได้ มาเพาะเลี้ยงในบ่ออนุบาลหาที่เกาะซึ่งเป็นแผ่นกระเบื้องให้ปะการังเกาะและเติบโตต่อไป จนกระทั่งอายุเข้าปีที่สามหรือสี่ จึงจะพร้อมที่จะนำไปปลูกหรือปล่อยกลับคืนสู่ทะเลไทยได้เหมือนเดิม

วิธีการเช่นนี้ทำให้โครงการอนุรักษ์ปะการังของอาจารย์สุชนาจะต้องใช้งบประมาณ ทีมงานและระยะเวลามากกว่าการที่ขยายพันธุ์ปะการังโดยวิธีแบ่งกิ่งก้านปะการังเพื่อเพาะเลี้ยงแล้วนำไปปล่อย เช่นที่เคยทำกันมา แต่กลับได้ผลดีและมีเปอร์เซ็นต์ของการอยู่รอดเจริญเติบโตได้ดีกว่า เรียกว่าหากลูกปะการังเกิดเองในธรรมชาติจะมีเปอร์เซ็นต์การรอดเพียง 0.0001 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่งานของอาจารย์เองมีผลการศึกษาว่ามีโอกาสรอดสูงถึง 30 – 40 เปอร์เซ็นต์ทีเดียว มากไปกว่านั้นคือปะการังที่เพาะปลูกใหม่ที่ได้จากการขยายพันธุ์แบบอาศัยเพศ มีความแข็งแรงมากกว่า โดยพบว่า ปะการังที่เพาะเลี้ยงและนำไปปลูกไว้ในทะเลอีกครั้งไม่เกิดการฟอกขาวเลยในระยะ 10 ปีที่อาจารย์ศึกษาและทดลองทำมา

ครั้งนั้นวันนั้นกับการเดินทางระยะเวลาสั้นๆ เพียงเช้าไปเย็นกลับจากกรุงเทพฯ ไปกลับชลบุรี-แสมสารของผมร่วมกับคณะชาวลอรีอัลและเพื่อนๆ นักข่าวทวิตเตอร์ บล็อกเกอร์อีกหลายคน ผมพบว่ามีหลายสิ่งเปลี่ยนไปจากมุมมองและการรับรู้ของตัวเอง…แบบที่ไม่จงใจจะให้มันเปลี่ยน

ยังดีว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดี ด้วยเรื่องราวดีๆ ที่ได้รับรู้ว่าด้วยน้ำมือคนเรา เราติดต่อสื่อสารกัน แบ่งปันเรื่องราวของสิ่งดีๆ จากข่าวสาร มิตรภาพและน้ำใจให้กันได้แล้ว เรายังอาจหยิบยื่นฟื้นฟูช่วยเหลือไปถึงชีวิตอื่นๆ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมโลกเราอย่างน้อยก็เช่นปะการังในท้องทะเลได้ด้วย

เราเรียนรู้ที่จะสื่อสารและให้ต่อกันนั้น มิใช่ใดอื่น…

แต่ก็เพื่อให้โลกเป็นโลกและเป็นบ้านที่น่าอยู่และดีพร้อมเหมาะสมสำหรับทุกชีวิต มิใช่แค่สำหรับคนเราเท่านั้น ไปนานๆ…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s