อรุโณทัย สื่อโยคะที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน ฉบับที่ 2


“อรุโณทัย” ปลุกพลังในตัวเราด้วยแสงแห่งโยคะ ฉบับที่ 2 เมษายน 2554 พร้อมให้อ่านและดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ที่ http://www.mediafire.com/?bubnf5s5xiaa51l

ฤดูไหน

ฟ้าหม่นมัวของกรุงเทพฯ แถวสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสราชดำริเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ผ่านมาเป็นวันที่สี่แล้วที่ท้องฟ้าเป็นสีหม่น อากาศหนาวเข้าปกคลุมกรุงเทพฯ และอาจจะทั่วฟ้าเมืองไทย ผมได้ยินใครๆ ต่อใครพร่ำบ่นพร้อมกับตั้งข้อสังเกตกับสภาพดินฟ้าอากาศของวันนี้ตอนนี้ว่า “มันเป็นฤดูไหน” กันแน่

หรือนี่จะเป็นผลพวงของการเกิดแผ่นดินไหว ภัยพิบัติ จนแกนโลกเปลี่ยนองศาทำให้อากาศหนาวทั้งๆ ที่เคยเป็นเดือนร้อนขนาดหนักของเมืองไทยและของกรุงเทพฯ บางคนเห็นเป็นลางร้ายว่าโลกไม่เคยวิปริตแปรปรวนด้วยสภาพอากาศที่ตาลปัตรเยี่ยงนี้มาก่อน และพลอยมีการพูดถึง “วันสุดท้ายของการสิ้นโลก” ที่ใกล้จะมาถึงตามคำทำนายที่ว่าอาจจะเกิดในปี 2012

สภาพอากาศอันแปรปรวนย่อมมีผลต่อความเป็นอยู่ ความคิดของผู้คนอย่างช่วยไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่อากาศร้อนแสนร้อนสมฤดูคนก็บ่นเบื่อกับความเหนียวเนื้อตัวและความร้อนแล้ง แต่พอเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น นอกจากเราจะควักเสื้อหนาว ผ้าหนาวผ้าพันคอออกมาใช้จนดูน่าแปลกว่าช่างไม่สมกับที่เป็นอากาศเดือนมีนาฯ เอาเสียเลย แต่ถ้าจะมองในแง่ดีก็ถือได้ว่าเป็นของขวัญจากโลก (หรือจากความเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลก) ที่มีความหนาวเย็นอย่างที่ไม่ควรจะมีหรือจะเป็น เกิดขึ้นให้เราเห็น ได้สัมผัสและได้ปรับตัว ในฐานะที่เราทุกคนเป็นเพียงเศษฝุ่นละอองเล็กๆ เศษเสี้ยวหนึ่งของโลก

…เมื่อโลกร้อนทุรนทุรายหรือโลกเปลี่ยนไปเป็นหนาวเย็นเช่นอากาศที่เป็นอยู่ นอกจากจะพึงก้มหน้ายอมรับปรับตัวให้ดีที่สุดแล้วเราก็ควรจะตระหนักถึงผลพวงแห่งความเปลี่ยนแปลงที่โลกเป็นอยู่และสำแดงพลังไม่ว่าดีหรือร้ายออกมาให้ได้เช่นกัน

แผ่นดินไม่ไหว

เมื่อวันศุกร์ที่แล้วผมนั่งทำงานอยู่บนตึกสูงและได้ข่าวว่าเกิดแผ่นดินไหวขึ้นอย่างรุนแรงที่ประเทศญี่ปุ่น

แม้ข่าวแผ่นดินไหวกับประเทศญี่ปุ่นจะเป็นเสมือนของที่อยู่คู่กันและเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ แต่คราวนี้นับว่ารุนแรงมากและยังเกิดอาฟเตอร์ช็อคติดตามมา

แต่ที่เลวร้ายที่สุดก็คือการเกิดเหตุการณ์สึนามิหลังแผ่นดินไหวซัดเข้าสู่ชายฝั่งแถบเมืองเซนได จังหวัดมิยางิอย่างรุนแรงและรวดเร็วงจนทำให้ผู้คน บ้านเรือน รถยนต์ เรือ สูญหายและล้มตายไปจำนวนมาก

ติดตามมาก็คือข่าวเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟุกุชิม่าห่างจากกรุงโตเกี่ยวออกไปเพียง 200 กว่ากิโลเมตรเกิดเพลิงไหม้และระเบิด เกิดการแพร่กระจายของกัมมันตรังสี จนผู้คนที่หวาดกลัวหวาดหวั่นเสียขวัญจากแผ่นดินไหวและสึนามิ เดือดร้อนในการไม่มีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอขณะที่อากาศยังคงหนาวเย็น อาหารและน้ำขาดแคลน กลับจะต้องพากันตื่นตระหนก (แม้จริงๆ จะไม่ได้พบในการเสนอข่าวว่าชาวญี่ปุ่นตื่นตระหนก) ไปกับภัยอันตรายครั้งใหญ่ของอุบัติเหตุจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพราะแผ่นดินไหวครั้งนี้

…แผ่นดินไหว

…แผ่นดินไม่ไหว

สายๆ วันอาทิตย์ผมอยู่ที่บ้านก็ได้ยินเสียงการเคลื่อนขบวนของกลุ่มคนเสื้อแดงไปบนท้องถนนของกรุงเทพฯ หลายสาย แม้ทั่วโลกจะพาไว้อาลัยให้กับผู้คนชาวญี่ปุ่นและรวมพลังกันในการช่วยเหลือคนญี่ปุ่นอยู่ก็ตาม แต่ปรากฏว่าคนไทยบางกลุ่มบางคนยังคงคิดเห็นแต่เรื่องราวของตัวเองหรือสนใจแต่ชัยชนะของกลุ่มตนเองเหนืออีกคนกลุ่มหนึ่งโดยไม่สนใจปฏิกิริยาหรือประเด็นที่คนทั่วโลกควรกระทำในการช่วยเหลือกันและกัน

เมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ครั้งนี้ที่ญี่ปุ่น ในทางเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ผมใช้และได้เห็นอย่างเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ ได้มีการหยิบยกหลายเรื่องราวของการแสดงน้ำใจ สปิริตและความกล้าหาญของคนญี่ปุ่นที่จะต่อสู้และรับมือกับเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งนี้ด้วยความสงบ กล้าหาญ ไม่ฟูมฟายและคงไว้ซึ่งระเบียบวินัยทางสังคมอย่างเคร่งครัด ตัวอย่างก็เช่น การแบ่งปันกันในการลดการใช้ไฟฟ้าที่ขาดแคลน การไม่ลุกฮือหรือแย่งชิงกันในการซื้ออาหารหรือน้ำ แต่กลับเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบเช่นเคย ฯลฯ และเกือบจะทุกครั้งเมื่อมีการกล่าวถึงในเชิงชื่นชมชาวญี่ปุ่นและสังคมญี่ปุ่นทำนองว่า ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์เลวร้าย รุนแรงปานใด พวกเขาก็ยังคงมีน้ำใจ สงบและเอื้อเฟื้อแก่กันเหมือนเดิม แล้วมักจะมีการกล่าวในเชิงพาดพิงหรือเปรียบเทียบกับคนไทย โดยเฉพาะกรณีของการกักตุน ลุกฮือ ยื้อแย่งซื้อน้ำมันพืชเพียงเพราะว่าน้ำมันปาล์มขาดตลาด รวมทั้งอีกหลายกรณีที่ทำให้เห็นถึงความไร้ระเบียบ ความขาดแคลนการแบ่งปันความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นที่เป็นเพื่อนร่วมสังคมของคนไทย ไปจนถึงระดับของการทุจริตคอร์รัปชั่น เห็นแต่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติของนักการเมือง

…ญี่ปุ่นมีแผ่นดินไหว

…ไทยแม้จะแผ่นดินไม่ไหว

เราอยู่ในยุทธศาสตร์และชัยภูมิของประเทศชาติที่ดีที่เหมาะสม ไม่มีภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงหรือร้ายแรง ภูมิอากาศสบายๆ ประเทศชาติสวยงาม อาหารและน้ำอุดมสมบูรณ์ แต่ผู้คนของเราเล่า?

ควรถามตัวเองว่า แม้ไม่ต้องเปรียบเทียบกับความสูญเสียหรือความเป็นชาติที่มีระเบียบวินัยและรักใคร่กลมเกลียม มีพลังให้กันอย่างญี่ปุ่นก็เถอะ เราได้ทำอะไรให้สมกับที่อยู่ได้เกิดมามีชีวิตในประเทศชาติที่ดีแสนดีและไม่เคยคุกคามคนของเรากันดีเพียงพอแล้วหรือยัง

แม้แผ่นดินไม่ไหว แต่ก็อย่าให้ใจพิการเลย

ความสุขที่เบ่งบาน

ความสุขในชีวิตบางทีบางหนเดินทางมาหาเราอย่างเงียบเชียบเรียบง่าย ไม่เรียกร้องไม่คาดหวัง

สองสามวันก่อนผมเดินออกจากบ้านในยามสาย พลันสายตาก็ไปปะทะเข้ากับกลุ่มสีชมพูอันอ่อนนุ่มน่าสัมผัสบนเรือนยอดของต้นไม้ ซึ่งยามนี้ดูไม่เหมือนต้นไม้สักเท่าไรนัก เพราะว่าไม่มีใบแล้ว แต่กลับมีดอกสีชมพูบนสะพรั่งอยู่เต็มต้น และกลีบดอกที่ร่วงหล่นมากมายอยู่ใต้ต้นนั้นก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นยากจะเอ่ย

ต้นไม้ที่เห็นเป็นเหมือนแจกันใบใหญ่หรือต้นดอกทิชชูสีชมพูอ่อนฟูฟ่องวันนั้นก็คือต้นชมพูพันธุ์ทิพย์หรือตาเบบูย่าต้นเก่าแถวบ้านที่ทุกฤดูร้อนมันจะเหมือนมีนาฬิกาปลุกบอกเวลา ผลิดอกเป็นความสุขที่เบ่งบานออกมาให้ได้ชมกันด้วยความเต็มอกเต็มใจ

ผมมีความสุขไม่น้อยที่ได้บังเอิญมองเห็นดอกไม้แห่งสายลมร้อนที่ผลิบานกันอย่างพร้อมเพรียงในช่วงเวลานี้ ทั้งต้นชัยพฤกษ์ ต้นอินทนิล ตะแบก เสลา หรือแม้แต่คูณสีเหลืองแจ่มและดอกจานสีแสดสดที่มักจะเห็นได้นอกเมืองไกลๆ กว่าที่จะเป็นไม้กลางเมืองเหมือนไม้ฤดูร้อนอื่นๆ บรรดาไม้ดอกยืนต้นเหล่านี้ทำให้เมืองดูอ่อนโยน น่ารักและโปรยปรายความสุขทางสายตาให้แก่ผู้คนที่ได้พบเห็น

ผมไม่รู้ว่าใครเป็นคนเลือกไม้ดอกยืนต้นที่ผลิดอกสีสดสวยเหล่านี้มาปลูกไว้ตามริมถนนในกรุงเทพฯ หลายๆ สาย แต่ก็นึกขอบคุณไม่ได้ และรู้สึกได้ทุกคนที่เดินผ่านทางหรือนั่งรถเมล์ผ่านไปพบต้นไม้แสนงามในยามนี้เข้า ทุกคนก็จะรู้สึกดีต่อโลกต่อการใช้ชีวิต

แม้จะรู้ดีว่าสิ่งที่ได้เห็นเป็นช่วงเวลาชั่วครู่ ไม่ยาวนานนักเหมือนกับการเบ่งบานของดอกไม้เหล่านี้

แด่ดอกไม้ฤดูร้อน การเบ่งบานที่แสนสั้นของความสุข

“อรุโณทัย” สื่อโยคะที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน

แสงแรก…

วันนี้ผมโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดินมาทำงานเหมือนวันทำงานวันอื่นๆ แต่ที่ไม่เหมือนเดิมก็คือผมหอบหิ้วเอาหนังสือเกี่ยวกับโยคะติดไม้ติดมือออกมาด้วยสามสี่เล่ม เพราะวันนี้จะเป็น “วันปิดต้นฉบับ”และมีข้อเขียนบางข้อเขียนที่ผมจะต้องพึ่งพาหนังสือเหล่านี้ให้ลุล่วง…

หลายเดือนก่อนผมเกิดความคิดถึงการทำจุลสารเกี่ยวกับโยคะขึ้นมาฉบับหนึ่งและได้ลองพูดคุยถึงความคิดนี้ให้พรรคพวกเพื่อนฝูงที่รู้จักและเป็นคนที่รักและฝึกโยคะฟัง ความพิเศษของเพื่อนๆ กลุ่มย่อยที่ผมรู้จักเหล่านี้ก็คือพวกเราล้วนแต่เคยเป็นคนทำงานด้านสื่อเป็นผู้สื่อข่าวหรือทำงานด้านการจัดกราฟฟิกมาก่อนที่จะมารู้จักและได้ฝึกโยคะในตอนนี้

ผมเลยได้ความคิดว่าในเมื่อเราต่างก็เคยทำงานด้านการเขียนและเป็นผู้สื่อข่าวมา พอจะมีพื้นฐานทักษะด้านการเขียนเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงน่าจะดีถ้าหากเราได้มีพื้นที่แห่งใหม่ที่จะนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจ สาระเกี่ยวกับโยคะที่เรารักออกมาให้คนอื่นๆ ได้รับรู้แลกเปลี่ยนได้อ่านกัน เพราะไม่น่าจะยากหรือเหลือบ่ากว่าแรง จากนั้นผมก็ได้ลองเอ่ยปากชักชวนเพื่อนๆ สองสามคนรวมทั้งชวนเพื่อนรุ่นน้องให้มาเป็นอาสาสมัครช่วยจัดหน้าเพื่อให้สื่อของเรามีหน้าตาสวยงามชวนอ่านบ้าง แม้ตอนนั้นจะเป็นแค่ไอเดียจากผมแต่ผมก็อดไม่ได้ที่จะนึกสนุกและแอบคิดแอบวางเนื้อหาเอาไว้ว่าถ้าได้ลงมือทำจริงๆ จะมีเนื้อหาอะไร คอลัมน์อะไรบ้าง

ในช่วงเวลาคาบเกี่ยวกันหรือว่าก่อนนั้นเล็กน้อยผมได้รับจุลสารจากฮ่องกงในชื่อ Namaskar ซึ่งเป็นสิ่งพิมพ์ขาวดำขนาดหน้ากระดาษปกติที่ส่งมาให้อ่าน Namaskar เป็นจุลสารแจกฟรีและออกแนวเข้มข้นจริงจังเกี่ยวกับโยคะ ปรัชญาโยคะ (เล่มล่าสุดที่ผมได้รับนั้นมีเนื้อหาหลักว่าด้วย “อีศวรประณิธาน” ซึ่งเป็นนิยมะข้อหนึ่ง) นอกจากนี้ยังมีข่าวสารแวดวงโยคะของเอเชียแปซิฟิก การเวิร์กช็อปที่น่าสนใจต่างๆ ผมคิดว่าการที่ Namaskar สามารถพิมพ์เผยแพร่และส่งไปให้สตูดิโอ – ชุมชนโยคะต่างๆ ในเอเชียได้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายก็เพราะการลงโฆษณาโดยเฉพาะในตลาดโยคะที่เฟื่องฟูและได้รับความสนใจมากของฮ่องกง

ผมไม่ได้มุ่งหวังว่าถ้าหากได้ทำสื่อโยคะดังใจคิดออกมาจะต้องมีรูปเล่มสวยงาม หรือต้องจัดพิมพ์ลงบนกระดาษ จะต้องมีเนื้อหาเข้มข้นจนอาจจะนำเสนอออกไปในวงกว้างได้โดยไม่เคอะเขินหรือเทียบเท่าสื่อโยคะอื่นๆ ที่มีมาก่อนหน้าหรือมีอยู่แล้ว แต่มุ่งที่การเปิดกว้างและเข้าถึงเรื่องราวของโยคะในแง่มุมที่ไม่ค่อยได้มีการกล่าวถึง เปรียบแล้วก็คงเป็นได้แค่แสงเล็กๆ แสงแรกของวันที่ให้แสงสว่างอันอบอุ่นและเป็นมิตร ไม่เจิดจ้ารุนแรงแต่ก็สว่างเพียงพอที่จะสร้างความอุ่นใจและช่วยให้มองเห็น ในความหมายถึงการเริ่มต้นวันใหม่ที่ดีด้วยแสงอรุณแสงแรกที่เปล่งแสงออกมาสู่โลกและปลุกทุกสรรพสิ่ง

ถึงบรรทัดนี้ “อรุโณทัย” ซึ่งเป็นข้อเขียนเกี่ยวกับโยคะและเรื่องราวที่น่าสนใจ (หวังว่านะครับ) เกี่ยวกับการฝึกโยคะ แรงบันดาลใจที่ได้รับจากโยคะการรักษาสุขภาพ การมองโลกในแง่บวกก็ได้ฉายแสงแรกออกมาแล้ว ซึ่งอาจจะไม่โดนใจหรือไม่ถูกใจบ้าง แต่ก็น่าจะจุดเริ่มต้นที่ดีและสำหรับผมเองก็เป็นเหมือนการได้ลงมือทำบางอย่างที่เคลื่อนย้ายจากจุดเริ่มต้นที่เป็นความคิดล่องลอยอยู่ในอากาศให้ปรากฏผลออกมา

ขอบคุณเพื่อนๆ คนรักโยคะทั้งหลายในกลุ่ม Arunothai: Thailand Public Yoga Journal Group ในเฟซบุ๊คที่ให้ความสนใจและไม่ปฏิเสธคำชวน (ถึงวันนี้ตอนนี้ที่ผมนั่งเขียนต้นฉบับเรื่องนี้มีเพื่อนๆ ในกลุ่ม  84 คนแล้วนะครับ) ขอบคุณเอ๋และจุสำหรับภาพถ่ายและการแชร์เรื่องราว หวังว่าเพื่อนๆ และน้องๆ จะได้ทยอยบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับโยคะในมุมมองของตัวเองและที่มีอยู่มาร่วมกับ “อรุโณทัย” กันนะครับ

ขอให้ทุกท่านได้อยู่กับโยคะตลอดไป นมัสเต

ลิงค์เพื่อเข้าไปอ่านหรือสนใจดาวน์โหลด “อรุโณทัย” เล่มแรก คลิกตามลิงค์ด้านล่างได้เลยครับ
http://issuu.com/ittirit/docs/arunothaipdf2