เห็นโลกมาแล้วครึ่งหนึ่ง

ไม่ใช่สำบัดสำนวนแต่มันคือความจริงของชีวิตที่ว่า ผมน่ะเห็นโลกมาแล้วครึ่งหนึ่ง ซึ่ง ‘ครึ่งหนึ่ง’ ที่ว่านี่ก็ไม่ใช่ปริมาณหรือจำนวนพื้นที่หรือจำนวนประเทศที่เคยได้เห็นมาเสียด้วย

ที่ว่าเห็นโลกมาแล้วครึ่งหนึ่ง แท้จริงแล้วนั้นคือการเดินทางมาครึ่งชีวิตของตัวเองเห็นจะได้ ถ้าหากว่าอายุขัยของคนเราจะสามารถยืนยาวไปได้ที่ 70 หรือ 80 ปี เพราะปีนี้และเดือนนี้ผมเพิ่งจะเฉลิมฉลองการเดินทางถึงหลักสี่ (40!) ไปเมื่อตอนต้นเดือน

ฝรั่งนั้นมีคำพูดในเชิงปลอบประโลมใจคนที่เดินทางมาถึงวัยนี้ว่า “ชีวิตคนเรานั้นเริ่มต้นเอาเมื่อตอน 40” ซึ่งเป็นความหมายในทางที่ดี ทำนองว่าชีวิตคนจะเริ่มพบกับความสำเร็จ หนทางหรือการตั้งเนื้อตั้งตัวได้ก็ต่อเมื่ออายุย่างเข้าหลักสี่ (เหมือนผม) แล้ว แต่จะว่าไปแล้วก็คงมีคนอีกจำนวนมากที่ประสบความสำเร็จได้ลงมือทำตามความฝันหรือพึงพอใจในชีวิตของตัวเองจนเหมือนได้เริ่มต้นกับชีวิตอย่างจริงๆ จังๆ ก่อนที่จะถึงอายุ 40 ไม่ว่าจะเป็นตอนอายุ 25, 30 หรือแม้แต่ 55 ก็เถอะ ซึ่งในกรณีนี้จะเห็นแล้วว่า Number or age is doesn’t matters! จริงๆ สำหรับความรู้สึกดีหรือมั่นคงที่คนเราจะมีให้แก่ชีวิตของตัวเอง

แต่สำหรับผมเองเมื่อชีวิตเดินทางมาถึงหลักสี่ ผมก็รู้สึกได้อย่างแท้จริงว่าเราเดินทางมาถึงครึ่งหนึ่ง ครึ่งทางของชีวิตแล้ว พบความสุขความสำเร็จมาก็ระดับหนึ่ง พบความทุกข์ท้อแท้สิ้นหวังกระทั่งผิดหวังมาก็ระดับหนึ่ง และด้วยอายุอานามปูนนี้ผมก็พบว่าธรรมชาติได้หยิบยื่นบทเรียน (นอกจากริ้วรอยบนใบหน้า สายตาที่กำลังจะยาวและความเหี่ยวย่น หูตึงที่จะบังเกิด)ให้กับคนเราได้ไม่น้อย

ขึ้นกับว่าเราจะรู้สึก ยอมรับความจริงและแปรวันเวลา – ประสบการณ์อันไม่สั้นไม่ยาวของชีวิตให้เป็นความงดงามของการเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทางได้มากน้อยสักแค่ไหนหรือไม่ ก็เท่านั้นเอง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s