ทะเลแปร

ผมนึกขอบคุณคนแปลภาษา ( subtitle) ของรายการมาร์ธา สตวร์ท (Martha Stewart) ที่ได้ดูเมื่อคืนที่ผ่านมา

เขา (หรือเธอ) แปลว่าคำว่า Sea Change ได้สั้นๆ และได้ใจความสวยงามลงตัวว่า “ทะเลแปร” ใช่แล้วครับเรื่องในรายการตอนหนึ่งของรายการทอล์คโชว์และทำอาหารลักษณะเหมือนรายการแม่บ้านๆ ธรรมดาของช่อง NBC ของอเมริกามีการสนทนาที่ให้แง่งามต่อโลกของเราและได้เนื้อหาสาระมาก (ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าผมอิจฉาผู้ชมชาวอเมริกันปานใดที่มีรายการธรรมดาๆ ไม่ปรุงแต่งหวือหวาแต่มีเนื้อหาน่าสนใจเช่นนี้)

เธอชวนผู้อำนวยการสร้างและนักทำหนังสารคดีที่เป็นคู่สามี – ภรรยามาพูดคุยในรายการ (Barbara Ettinger and Sven Huseby created their latest film, “A Sea Change”) ใช้เวลาสนทนาเพียงสั้นๆ แต่เปิดเรื่อง (ในลักษณะที่เกี่ยวพันกันกับรายการแม่บ้านทำอาหารที่ก่อนหน้านั้นเธอโชว์ฝีมือการผัดสปาเก็ตตี้กับหอยตลับมะนิลาให้ดูไปหยกๆ) โดยตั้งคำถามว่า “จะเกิดอะไรขึ้นถ้าปลาเกิดหมดไปจากทะเลหรือไม่มีปลาเหลือให้เรากินอีกต่อไป” แล้วบนจอก็มีภาพท้องทะเลสีครามที่มีฝูงปลาหน้าตาเหมือนปลาทูน่าหรือบลูฟินแหวกว่ายให้ดู ซึ่งให้ความรู้สึกถึงความสวยงามของธรรมชาติและชีวิตมากกว่าที่จะทำให้รู้สึกหิวหรืออยากจับปลาเหล่านั้นมาทำอาหารกิน

ทั้งสองคนเหล่าถึงผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมใหญ่ที่เพิ่มขึ้นนับจากยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม (ช่วง 200 ปีที่ผ่านมา) ว่าทำให้ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้เกิดปัญหาโลกร้อนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนี้แล้วก๊าซคาร์บอนฯ ส่วนหนึ่งที่อยู่ในชั้นบรรยากาศโลกจำนวนมากได้ถูกมหาสมุทรดูดซับเอาไว้ ฟังดูแล้วเหมือนจะดีที่ก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้โลกร้อนในชั้นบรรยากาศลดลง แต่แล้วปัญหาที่นักวิทยาศาสตร์ทางฝั่งตะวันตกเพิ่งค้นพบก็คือความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่บระบบนิเวศของทะเล นั่นคือก๊าซคาร์บอนฯ ได้ทำให้ภาวะความเป็นกรดที่เพิ่มขึ้นในท้องทะเล (เขามีศัพท์ภาษาอังกฤษด้วยครับแต่ผมฟังไม่ถนัด)

เมื่อท้องทะเลเป็นกรดมากๆ เข้าก็จะส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตลำดับแรกๆ ในห่วงโซ่อาหารคือบรรดา Sea Angel ตัวเล็กๆ ใสๆ ที่มีเปลือกหรือโครงสร้างภายนอกเป็นสารแคลเซียมคาร์บอเนต (ขอให้นึกถึงชอล์กแท่งขาวๆ ที่เขียนกระดานดำ) ที่จะละลายหรือโดนกัดกร่อนจนไม่อาจเติบโตเป็นตัวเต็มวัยจนสามารถเป็นอาหารให้สัตว์ทะเลอย่างปลาได้ แคลเซียมคาร์บอเนตยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของบรรดาเปลือกหอย ซ้ำสภาพทะเลที่มีความเป็นกรดก็ยังส่งผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของปะการังอีกด้วย

ใครเลยจะคาดคิดว่าเมื่อความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจากภาวะโลกร้อนจนทำให้ “ทะเลแปร” เปลี่ยนไปเช่นนี้แล้วจะส่งผลกระทบต่อความเป็นไปของโลกสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลมหาศาล

ในรายการชี้แนะทางออกเดียวง่ายๆ สั้นๆ แต่ทำได้จริงก็คือว่าเราจะต้องช่วยกันลดหนทางในการบริโภคหรือใช้พลังงานลงให้เหลือน้อยที่สุดและทำให้ได้เร็วที่สุด ปิดไฟเมื่อไม่ใช้งาน ใครที่เคยเสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทิ้งไว้เมื่อไม่ได้ใช้ก็จงถอดปลั๊กออกเสีย ไม่ต้องเปิดแอร์ทุกเมื่อที่แค่เพียงรู้สึกร้อน ใช้บริการขนส่งมวลชนแทนรถโดยสารหรือแม้แต่กระทั่งเปลี่ยนไปใช้รถไฮบริดที่พลังงานได้มากจากไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติทดแทนบรรดาน้ำมันที่ปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ มากกว่า

เมื่อนั้นเราอาจจะช่วยกันคงความแปรเปลี่ยนของท้องทะเลเอาไว้ได้ไม่ให้เกิดในอัตราเร่งที่รวดเร็วจนเกินไปนัก

A Sea Change : http://www.marthastewart.com/article/a-sea-change

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s