เต่าทองและเต้าฮวย

เรื่องเล่าสองเรื่องนี้ผมฟังมาจากห้องฝึกโยคะ…

เรื่องของเรื่องคือว่าผมฝึกโยคะในสไตล์อนุสาระ (Anusara Yoga) มาได้พักใหญ่แล้วและก็(ยัง) ชื่นชอบที่จะฝึกโยคะสไตล์นี้ต่อไป เพราะความสนุกสนานจากการฝึกที่ก่อนการเริ่มครูมักจะเล่าเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพื่อให้เป็นธีมในการฝึกของแต่ละวันไม่ซ้ำกันแล้วแต่ประสบการณ์ของผู้สอนหรือเรื่องราวที่ประสบพบเห็น ตีความแล้วนำมาเล่าให้นักเรียนในห้องฝึกฟัง

สองคลาสของการฝึก Anusara Inspired Yoga กับ ‘ครูบิ๊ก’ ครูโยคะที่สตูดิโอซึ่งผมฝึกด้วยเป็นประจำมีเรื่องเล่าง่ายๆ งามๆ สองเรื่องต่อไปนี้ที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังอีกทีหนึ่ง

เรื่องแรกนั้นครูบิ๊กบอกกับพวกเราว่าอย่าได้มีข้อจำกัดในการฝึกโยคะของตัวเอง เพราะบางครั้งท่าอาสนะที่ฝึกอาจจะดูเหมือนยาก เกินความสามารถทางร่างกายของเราก็จริง แต่หากใจของเราคิดไปก่อนว่ายากหรือทำไม่ได้ ก็เท่ากับเป็นการจำกัดศักยภาพภายในลึกๆ ที่เรามีอยู่ ทั้งๆ ที่อาจจะยังไม่ได้ลองทำดูเสียด้วยซ้ำ

ครูบิ๊กจึงได้เล่าเรื่องหรือหยิบยก “แมลงเต่าทอง” ตัวเล็กๆ ป้อมๆ สีแดงมีลายจุดๆ สีดำที่ด้านหลัง แมลงเต่าทองแม้จะตัวเล็กๆ ป้อมๆ สั้นๆ ก็จริงอยู่ แต่ด้วยความที่มันก็คิดว่ามันบินได้และมีปีกเหมือนนก มันจึงบินขึ้นไปได้โดยไม่มีความคิดที่เป็นวิตกกังวล คิดเพียงง่ายๆ สั้นๆ ว่าเมื่อมีปีกมันก็จะบิน แมลงเต่าทองจึงบินได้โดยไม่ต้องนึกเปรียบเทียบหรือวิตกกังวล

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมประทับใจมากเป็นเรื่องของ “เต้าฮวย” ซึ่งเจ้าของร้านเป็นร้านเล็กๆ อยู่ที่สิงคโปร์ ครูบิ๊กบอกว่าเขาทำเต้าฮวยน้ำขิงได้อร่อยมาก พอมีครูโยคะรุ่นน้องเดินทางไปสิงคโปร์เธอจึงย้ำนักย้ำหนาว่าอย่าลืมหาโอกาสไปลองไปชิมให้ได้และฝากกล่าวชื่นชมกับเจ้าของร้านเต้าฮวยให้หน่อยว่าเต้าฮวยของเธออร่อยจริงๆ ซึ่งทำให้เจ้าของร้านดีใจถึงกับกล่าวว่าสิ่งที่ครูบิ๊กฝากไปบอกนั้นมีความหมาย (It’s make my day!) ต่อเธอมาก เพราะเธอไม่ได้คาดหวังอะไร ขอเพียงได้ทำเต้าฮวยซึ่งเป็นกิจการเล็กๆ ที่เธอรักให้ดีที่สุด ทำออกมาให้ได้รสชาติอร่อยและลูกค้าชื่นชอบที่สุดเท่านั้นเธอก็พึงพอใจแล้ว

จากเรื่องเต้าฮวยนำมาสู่เคล็ดลับวิชาของการฝึกโยคะในวันนั้นและทุกๆ วันของทุกๆ คนว่า ขอเพียงเรารู้จักชื่นชมในสิ่งที่เราทำและทำให้ดีที่สุด เต็มความสามารถที่สุด แม้สิ่งนั้นจะเป็นเพียงการงานเล็กๆ การฝึกโยคะเล็กๆ หรือการใช้ชีวิตเล็กๆ แต่ขอให้เป็นสิ่งที่เรารักและรักจะทำก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

ซึ่งจากสองเรื่องนี้ก็ทำให้การฝึก (อนุสาระ) โยคะมิได้เป็นเพียงการฝึกโยคะ แต่เป็นการเดินทางผ่านความคิดและการได้ยินได้ฟังเรื่องเล่าที่ทั้งง่ายงามมีความหมายสามารถนำมาย้อนมองกลับหรือมองออกไปนอกเสื่อโยคะ…ไปสู่เรื่องราวที่กว้างกว่าในชีวิตของเราเอง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s