แรงปะทะของตลาด

ล่าสุดผมอ่านบทสัมภาษณ์ของคุณรจเรข วัฒนพาณิชย์ (ในนิตยสาร GM) ที่ทำโครงการรณรงค์กินเปลี่ยนโลกที่เชียงใหม่ ซึ่งว่าด้วยการสนับสนุนให้คนเราพึ่งพาตัวเองในเรื่องอาหารการกิน การรู้ข้อมูลที่มาของพืชผักต่างๆ ที่เรานำมาปรุงอาหาร ไปจนถึงการสนับสนุนให้คนเราปลูกพืชสวนครัวเอาไว้บริโภคเอง รวมทั้งการจับจ่ายซื้อของสดจากตลาดสดแทนการซื้อของจากห้างติดแอร์แล้ว ผมก็เลยเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินซื้ออาหารสดจำพวกผักและเครื่องปรุงอาหารจากตลาดสดติดแอร์ในห้างจำพวกซูเปอร์สโตร์มาเป็นการตื่นแต่หกโมงเช้าเศษๆ ออกไปตลาดสะพานสองที่อยู่ห่างจากบ้านไปประมาณสองกิโลเมตรเพื่อซื้อหาอาหารเอามาปรุงในวันที่เพื่อนๆ จะมานัดเจอกันกินข้าวปลาอาหารกันที่บ้าน

ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่าผมไม่ได้เป็นคนติดห้างหรือติดความสะดวกสบายของตลาดสดติดแอร์ และถ้าเป็นไปได้ก็ชอบที่จะไปซื้อของตามตลาดสดเสียมากกว่าอยู่แล้วเป็นทุนเดิม แต่ไม่น่าเชื่อว่าหลังๆ มานี่ชีวิตและกิจวัตรมาเอื้อให้เข้าไปจอดรถในห้างทั้งหลายซื้อผักปลาผลไม้พร้อมกับของใช้มาในคราวเดียวกันอยู่เรื่อยมา

เมื่อมีโอกาส “เปลี่ยน” ก็เลยเลือกที่จะไปเดินตลาด…

ก็อย่างที่ว่าแหละครับพอคิดว่าจะไปตลาดสดใหญ่ๆ ไม่ไกลจากบ้านก็จะต้องคำนึงเรื่องเวลาออกจากบ้านไปจับจ่ายข้าวของที่ทำให้จะต้องลุกขึ้นจากเตียงเร็วกว่าปกติมาก ผมว่านี่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนส่วนใหญ่ในสังคมเวลานี้เลือกที่จะไปเดินห้างมากกว่า เพราะออกจากบ้านเวลาไหนก็ไปได้ ไม่ต้องกลัวจะไม่มีที่จอดรถหรือตลาดสดจะวายไปเสียก่อน

พอได้ที่จอดรถแล้วเราก็เดินย่ำลานจอดรถที่ชื้นแฉะเป็นหลุมโคลนดำๆ เข้าสู่บริเวณตลาดซึ่งเปียกชื้นพอๆ กันและส่งกลิ่นต่างๆ เตะจมูกมาในทันทีที่ไปถึง ผมเริ่มรู้สึกได้ถึง “แรงปะทะ” ของตลาดสดที่มากกว่าคำว่ามีชีวิตชีวาและความเคลื่อนไหว

จากนั้นเราก็เดินเลือกซื้อผัก ปลา อาหารต่างๆ ตามรายการที่จดเอาไว้ซึ่งตลาดสดก็มีเอาไว้ให้เลือกอย่างพร้อมพรักเกินพอจริงๆ บางอย่างและหลายอย่างราคาดีกว่าซื้อในห้างเสียด้วยซ้ำ จากจากนี้ยังมีรายการนอกเหนือเพิ่มขึ้นมาเป็นบรรดาขนมหวานไทยๆ ที่ผมชื่นชอบเช่นข้าวเหนียวสังขยาห่อด้วยใบตองกล้วยห่อละสิบบาทติดไม้ติดมือกลับบ้านมาเป็นอาหารเช้า

เชื่อไหมครับว่าระหว่างเดินเลือกซื้อหาผักปลาตามรายการที่จดไปนั้นผมได้พบได้เห็นได้รู้สึกอะไรจากความเป็นตลาดสดยามเช้าของบ้านเราไม่น้อยทีเดียว ตลาดเป็นที่แห่งหนึ่งซึ่งอุดมด้วย “รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส” มีรอยยิ้มและความเป็นมนุษย์ของเหล่าพ่อค้าแม่ค้า มีบรรดาลูกค้าที่บุคลิกและการยื้อแย่ง (ในบางแผง) เราไม่อาจพบได้จากตลาดสดห้าง มีสินค้าน่าดูแปลกหูแปลกตา เช่น แมลงจินูน กบ ปลาไหลตัวจ้อยๆ เป็นๆ ว่ายวนให้เลือกอยู่ในถังพลาสติก ซึ่งยังความ “อะเมซซิ่ง” มากและปลุกผมให้ตื่นขึ้นจากความงัวเงีย

ตลาดสดจึงเป็นที่ที่หากใครก็ตามเปลี่ยวเหงาอยู่บ้านไม่มีใครพูดด้วยหรือไม่มีใครรัก ลองถือถุงผ้าเดินไปหาอะไรอร่อยๆ เพลินๆ ตามตลาดสดแถวๆ บ้านดูรับรองว่าตา หู จมูก ผิวหนัง และหัวใจของคุณจะต้องตื่นเต้นตูมตามด้วยแรงปะทะมากมายเหลือเกินในความมีอยู่และเป็นไปของตลาดสดไทยๆ

www.food4change.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s