ผู้หญิงสองคน บนทางสายเดียวกัน

…คุณคิดว่า ‘แฟชั่น’ คืออะไร?

…คุณเป็นคนที่สนใจ ‘แฟชั่น’ และไม่ยอมพลาดเทรนด์ใหม่ๆ หรือว่าเป็นคนที่เบ้หน้าทันทีเมื่อได้ยินคำว่าแฟชั่นผ่านเข้าหู

ผมเองวางตัวเอาไว้กลางๆ กับคำว่าแฟชั่น ไม่ถึงกับสนใจขนาดวิ่งไล่ตาม แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ถึงกับไม่รู้จักหรือไม่รับรู้เอาเสียเลยว่าแฟชั่นมีผลกระทบหรือสร้างความสนใจอย่างไรให้กับผู้คนบนโลกนี้

…………………………………………………

ด้วยเหตุผลดังกล่าวเมื่อ TCDC ซึ่งมีที่ทำการใหญ่บึ้มที่ห้างเอ็มโพเรียมส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์มาเชิญชวนว่าจะมีดีไซเนอร์ไทยที่ไปทำรองเท้าแบรนเนมของตัวเองขายและโด่งดังจนได้รับรางวัลที่ปารีส ฝรั่งเศส จะมาพูดคุยให้ฟังกันฟรีๆ ถึงการสร้างแบรนด์ การทำงานที่ต่างแดน อุปสรรค รวมทั้งชีวิตของเธอในยามบ่ายวันหนึ่ง ผมก็เลยสมัครเข้าไปขอที่นั่งนั่งฟังด้วยคนหนึ่ง

ผู้หญิงคนนี้มีชื่อว่าพิชยนันท์ จินดาพร หรือ “พริ้ง” ครับ เป็นชื่อเล่นของเธอและยังเป็นชื่อที่เธอใช้ในการตั้งแบรนด์เนมรองเท้าของตัวเองด้วย พริ้งเป็นหญิงสาวผิวขาวและมีท่าทางที่สบายๆ นะครับ เวลาพูดคุยจากหน้าห้องใน TCDC เธอก็มิได้มีอาการขวยเขินและพูดคุยให้ข้อมูลและเล่าเรื่องราวได้เต็มที่ ผมเองยังประหลาดใจที่ดีไซเนอร์ไทยที่ไปทำงานที่เมืองนอกจะยังคงความเป็นไทยเอาไว้ได้ อย่างน้อยก็ด้วยการพูดภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำ ไม่ติดพูดไทยคำอังกฤษคำเพื่อให้ตัวเองดูว่าโก อินเตอร์

2936เรื่องราวของคุณพริ้งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีมานี้หลังจากที่เธอตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าอยากจะทำงานดีไซน์ และไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศ (ครับ เธอเลือกปารีส ซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่งแฟชั่นของดาวเคราะห์นี้) พริ้งจบการศึกษามาทางประวัติศาสตร์ศิลปะที่อเมริกา แล้วก็ลองใช้ชีวิตทำงานมาแล้วหลากหลายงาน กว่าจะพบ “ทางของตัวเอง” ว่าอยากจะทำงานออกแบบ…แล้วเธอก็เริ่มจับงานรองเท้าแฟชั่นที่สะท้อนความเป็นตัวเธอ

รองเท้ายี่ห้อ Pring ของเธอนั้นทุกวันนี้มีร้านอยู่ที่ซอยเล็กๆ แห่งหนึ่งที่เป็นย่านของนักออกแบบและทำงานดีไซน์ของตัวเองในกรุงปารีส เป็นรองเท้าส้นสูง มีการดีไซน์ด้วยสีสันและเทคนิคแพรวพราว ด้วยสรรพรูปแบบของหนังสัตว์ที่ใช้ด้วย และพริ้งนิยามว่า เป็น Affordable Luxury Shoes มิใช่รองเท้าแบรนด์เนมที่ขายกันคู่ละหลายหมื่น (รองเท้าของพริ้งทำทีละไม่กี่คู่ หรือเพียงเบอร์ละคู่ สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 400 เหรียญยูโรครับ)

2928ที่ผมชอบพริ้งจากการได้ไปฟังเธอเล่าประสบการณ์และความตั้งใจในการที่จะทำในสิ่งที่เธอรัก ก็คือ เธอมิได้ทำเพื่อมุ่งหวังชื่อเสียงหรือเงินทองที่เป็นกอบเป็นกำ เพราะเธอตอบคำถามของผู้ร่วมฟังในห้องว่า “ขอเพียงเรามีความสุขที่ได้ทำงานที่เรารักอย่างแท้จริงก็เพียงพอแล้ว เธอไม่ได้ต้องการทำรองเท้าเพื่อเอาใจตลาดหรือออกแบบจากเทรนด์ต่างๆ แต่ทำงานให้เป็นตัวเองมากที่สุด…นั่นก็ฟังดูเหมือนเป็นเคล็ดลับประการหนึ่งที่เธอหยิบยื่นให้กับดีไซเนอร์คนไทยรุ่นใหม่ๆ ที่อยากจะไปผจญโลกกว้าง

…………………………………………………

อีกไม่กี่วันถัดมา เพื่อนผมคนหนึ่งมีบัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษที่จัดขึ้นที่คิงเพาเวอร์ส ซอยรางน้ำ เรื่อง “Coco Avant Chanel” และเอ่ยชวนมาว่าว่างๆ ก็ไปดูด้วยกัน ผมก็เลยตกปากรับคำ ไปนั่งดูหนังเรื่องนี้ในโรงละครอัปสราของที่นั่น

coco-avant-chanel-movie-poster-2ถ้าหากใครเคยรู้เรื่องย่อของหนังเรื่องนี้ก็ต้องบอกว่า เป็นหนังที่เกี่ยวกับแฟชั่นอย่างแท้จริง เพราะกล่าวถึงชีวิตช่วงการก่อร่างสร้างตัวของเจ้าแม่แฟชั่นที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งของโลกที่ชื่อว่า “ชาแนล” หรือโคโค่ ชาแนล

หนังพีเรียดหรือย้อนยุคเรื่องนี้โฟกัสตั้งแต่ชีวิตตอนเด็กของเกเบรียล (ชื่อจริงของชาแนล) ที่ถูกพ่อแท้ๆ ของตัวเองเอามาปล่อยทิ้งให้อยู่สถานที่เลี้ยงเด็กกำพร้าพร้อมกับพี่สาว ทั้งคู่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับการดิ้นรนที่จะเอตัวรอดด้วยการทำงานสารพัด เป็นทั้งคนรับจ้างเย็บปักถักร้อยและเป็นนักร้องในห้องอาหารที่ไม่ค่อยมีคนสนใจจะฟังเสียงร้องของพวกเธอ

ในที่สุดโชคชะตาก็พัดพาให้ชาแนลไปอยู่กินอย่างลับๆ กับเศรษฐีที่ไม่ค่อยจริงจังกับความสัมพันธ์และการทำมาหาเลี้ยงชีพสักเท่าไร เช่นเดียวกับมุมมองที่เขายึดติดว่า “เป็นผู้หญิงไม่ต้องทำงาน อยู่กับบ้าน ปล่อยให้ผู้ชายทำงานหาเลี้ยง” ส่วนตัวเขาก็มีงานหลักในการเลี้ยงม้าและส่งม้าไปวิ่งแข่ง เข้าสังคม จัดงานปาร์ตี้ไปวันๆ

ต่อมาชาแนลพบรักกับหนุ่มอังกฤษที่ชื่อว่า “บอย” ซึ่งเป็นเพื่อนและผู้ช่วยงานเศรษฐีคนนั้น เพราะหลายๆ สิ่งที่เหมือนกัน และที่สำคัญบอยยอมรับและค้นพบในความเป็นเธอ เขาชอบสไตล์ที่แตกต่างของเธอและยืนยันว่าเห็นด้วยที่เธอจะผละจากเพื่อนเศรษฐีคนนั้นเพื่อไปเปิดโรงงานเล็กๆออกแบบทำหมวกในปารีส โดยที่บอยเป็นผู้สนับสนุนเงินก้อนแรกให้ แม้ว่าทั้งคู่จะมีใจให้กันแต่ก็ได้แต่คบหากันโดยมิได้พูดถึงการแต่งงานอยู่กิน

แต่แล้วโดยไม่คาดคิดบอยก็ประสบอุบัติเหตุรถยนต์จนเสียชีวิต ทำให้ชาแนลเสียใจมาก และเธอก็ยังครองตัวเป็นโสดเอาไว้ตราบวาระสุดท้ายซึ่งทั้งโลกยอมรับในฝีมือและสไตล์ของเธอที่แตกต่างและเรียบหรูดูดี จนเป็นแบรนด์เนมหนึ่งที่หญิงสาวทั่วโลกไม่ว่าใครก็ตามล้วนอยากจะเป็นเจ้าของชาแนลสักชิ้น

3662838025_530b825bb9ผมดูหนังเรื่องนี้ด้วยความเพลิดเพลินจนหลงลืมไปว่าสร้างจากพื้นฐานเรื่องจริงของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเติบโตและใช้ชีวิตเมื่อประมาณปลายศตวรรษที่ 1890 (ซึ่งนานมากๆ) และการแสดงของดารานำหญิงตาโตหน้าหวานที่ชื่อว่าอองเดร โตตู ก็เด็ดขาดมากๆ ผมชอบภาษาฝรั่งเศสที่เป็นภาษาที่ใช้กันทั้งเรื่อง ฟังดูไพเราะดี สมกับที่มีคนเคยพูดเอาไว้ว่าภาษาฝรั่งเศสนั้นเป็นภาษาที่ไพเราะที่สุดของโลก (ขนาดนั้น)

ผมเพียงเก็บเรื่องราวต่างที่ต่างเวลาของหญิงสาวสองคนที่เดินมาเจอกันบนถนนสายหนึ่งที่มีชื่อว่า “แฟชั่น” มาเล่าสู่กันฟังครับ!

www.pringparis.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s