อะไรที่หล่อเลี้ยงเรา

วันที่หนึ่งกรกฎาคมปี 2552 ตรงกับวันพุธ…

ตื่นเช้ามาผมกินขนมปังเบเกอรี่รสแฮมน้ำสลัดไปครึ่งก้อนกับขนมปังเดนนิสผักโขมอีกครึ่งชิ้น แกล้มกาแฟร้อนที่ชงจากกาแฟสดเครื่องเอสเปรสโซ่ที่บ้านเติมน้ำตาลแดงและนมถั่วเหลืองวีซอยรสจืด…ตามเดิม

เสร็จแล้วก็ออกจากบ้านไปเข้าคลาสโยคะร้อนเสียเก้าสิบนาที น่าจะเสียเหงื่อไปสักลิตรครึ่งเห็นจะได้ แต่ก็ชินแล้วล่ะครับ

ฝึกโยคะเสร็จก็เป็นเวลาอาหารกลางวัน วันนี้ผมตั้งใจเป็นพิเศษที่จะไปชิมอาหารญี่ปุ่นแบบบุฟเฟต์ที่ร้านแห่งหนึ่งแถวสยามแสควร์ให้ได้ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ค่อยได้เกิดขึ้นบ่อยนักที่ผมจะหิ้วท้องตั้งอกตั้งใจเดินทางไปกินอาหารกลางวันไกลจากบ้านถึงเกือบอีกฝั่งหนึ่งของเมือง แต่คนเราก็ต้องการอะไรที่พิเศษ แตกต่างออกไปมากกว่าบะหมี่เกี๊ยว ข้าวมันไก่ข้าวหมูแดงบ้างในบางเวลา

เพราะฉะนั้นเมื่ออุตส่าห์ดั้งด้นไปถึงร้านอาหารและรายการอาหารก็เปิดโอกาสให้กางเมนูสั่งได้ตามใจชอบ อาหารญี่ปุ่นทั้งที่ชอบและนึกอยากกินก็เลยไล่เรียงกันมากองอยู่ตรงหน้าเต็มโต๊ะอาหาร ไม่ว่าจะเป็นแคลิฟอร์เนียโรลล์ ราเมน ข้าวปั้นหน้าต่างๆ สลัดปลาแซลมอน แซลมอนย่างซีอิ๊ว เทมปุระกุ้ง…

อ่านถึงตรงนี้กรุณาอย่าได้หมั่นไส้ว่าผมว่าผมเอาใจออกห่างจากแจ่วบอง แกงอ่อมและลาบหมูเป็นเด็ดขาด เพียงแต่ว่านานๆ ทีได้เปิดหูเปิดตาและเปิดปากไปกับรสชาติของอาหารใหม่ๆ บ้างก็เท่านั้นเอง

เรื่องอาหารการกินนั้นเป็นที่ชัดเจนว่าคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงเรา ให้ร่างกายเติบใหญ่แข็งแรง มีเรี่ยวมีแรง ไว้คิดไว้ฝันไว้สร้างสรรค์ทำงานทำการหล่อเลี้ยงชีวิตอีกทอดหนึ่ง

แต่มิใช่แค่เพียงอาหารแต่ละมื้อ อาหารอีสานหรืออาหารญี่ปุ่นใดๆ ดอกที่ผมคิดว่าหล่อเลี้ยงเราอย่างจริงจัง อาหารสมองและอาหารจินตนาการกับความใฝ่ฝันก็เป็นอีกซีกหนึ่งของสิ่งที่หล่อเลี้ยงสร้างความเป็นเรา ให้ลมหายใจของเรามีสีสัน มีความคิดฝัน มากกว่าแค่จะหายใจเข้าออกไปวันๆ

วันนี้ผมไม่ลืมที่จะพกสมุดบันทึกเล่มบางๆ ซึ่งผมมักจะพกติดตัวไปไหนมาไหนด้วยเสมอ กับหนังสือเล่มเล็กๆ ที่มีภาพปกและรูปเล่มสวยงามลงตัวอีกเล่มหนึ่งในยุคสมัยแห่งการผลิตหนังสือยุคปัจจุบันตามมุมมองของผม นั่นคือหนังสือชื่อ “สิบวันเปลี่ยนชีวิต” ของผู้เขียนที่ใช้นามว่า “เรือรบ” โดยสำนักพิมพ์สวนเงินมีมา

ผมว่าพักหลังๆ สำนักพิมพ์ทางเลือกแห่งนี้จัดพิมพ์หนังสือได้สวยงามเข้าตาและมีเนื้อหาน่าอ่านน่าอุดหนุนมาก

ผมอิ่มท้องจากอาหารหลากหลายและผมก็หยุดสายตาไล่ไปทีละบรรทัดกับเรื่องราวของหนังสือเล่มเล็กๆ เล่มนี้ในระหว่างนั่งพัก แล้วก็พบว่ามันลื่นไหลหล่อเลี้ยงวันเวลาในช่วงต้นเดือนที่คนเราควรจะเบิกบานได้ไม่เลวเลย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s