ปล่อยปลา

หลายวันก่อนผมตื่นแต่เช้ามุ่งหน้าออกไปสวนรถไฟ เอาปลาช่อนตัวค่อนข้างโตและแรงดีใส่ถุงพลาสติกบรรจุน้ำมัดปากถุงให้แน่นหนาขึ้นรถไปด้วย

ก่อนหน้าจะถึงวันนี้ ผมไปเดินตลาดสดแถวๆ บ้าน แวะดูเจ้าขายปลาเจ้าสองเจ้า ถามราคาว่าปลาช่อนขายยังไง พอรู้ราคาแล้วก็ขอให้พ่อค้าเขาเลือกตัวที่แรงดีๆ ขนาดเกือบเท่าท่อนแขน บอกพ่อค้าว่าจะเอาปลาไปปล่อย

พูดถึงเรื่องการทำบุญทำกุศล ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยนกปล่อยปลา ให้เงินวณิพก หรือทำบุญให้แก่มูลนิธิฯ ต่างๆ ผมทำเป็นประจำอยู่แล้วในทุกครั้งที่มีโอกาส และไม่ได้เลือกว่าจะให้ใคร เพราะอะไร มากน้อยแค่ไหน เรียกว่าทำบุญตามกำลังและตามศรัทธา

แต่ผมไม่ค่อยได้ปล่อยนกสักเท่าไรหรอกครับ และการปล่อยปลาก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยหรือไม่เคยได้ทำมาก่อน

พอมีการชักชวนกันกับคนที่บ้านว่าเราไปซื้อปลามาปล่อยกันดีไหม ผมก็รีบตกลงและหาเวลาหาโอกาสไปเดินตลาดเลือกซื้อปลาที่จะเอาไปปล่อย

ว่ากันว่าถ้าอยากให้ได้บุญเยอะ เราควรจะเลือกซื้อปลาที่กำลังจะถูกนำไปปรุงอาหารหรือไปบริโภคเพื่อเอาไปปล่อย มิใช่เลือกซื้อปลาที่มีการจัดเอาไว้ขายเพื่อให้คนนำไปปล่อยทำบุญโดยเฉพาะ

ก็น่าแปลกที่ว่าปลาชนิดใดหรือถูกจัดไว้เพื่อกินหรือเพื่อปล่อยโดยเฉพาะก็น่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่รักและอยากจะเอาชีวิตรอดด้วยกันทั้งนั้น จริงไหมครับ?

แต่แล้วผมก็เลือกซื้อปลาช่อนจากตลาดสดมาได้สองตัว เอามากักขังไว้ในถังแช่น้ำเย็นๆ (ใส่น้ำแข็งลงไปนิดหนึ่งก็ได้ ปลาชอบน้ำเย็นๆ – พ่อค้าปลาบอก) ไว้ถังละตัว พอตอนเย็นๆ ย่องลงไปส่องดูว่าปลาจะร่าเริงดีอยู่หรือไม่ ก็พบว่าปลาตัวหนึ่งหายไปจากถัง ทั้งๆ ที่ผมก็เอาอะไรปิดปากถังไว้พอประมาณ เชื่อแล้วว่าปลาตัวนั้นแรงดีจริงๆ น่าสงสารแต่ว่าไม่รู้จะดิ้นออกจากถังไปนอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นปูนมานานแค่ไหนแล้ว (แต่ก็ยังไม่เป็นไรหรอกนะครับ)

ในที่สุดก็ผ่านคืนหนึ่งของการมีปลาสองตัวมาเลี้ยงเอาไว้ในถังอย่างไม่ตั้งใจ พอรุ่งเช้าก่อนออกจากบ้านไปสวนรถไฟเพื่อปล่อยปลาทั้งสอง ผมก็รีบจัดแจงถ่ายปลาช่อนออกจากถังลงไปในถุงที่มีน้ำมีอากาศ แล้วบึ่งรถออกไปก่อนที่จะสาย

พอหาที่จอดรถได้ผมก็เห็นทำเล เป็นสายน้ำที่ไม่ค่อยจะเน่าเสียที่อยู่ด้านหน้าตรงทางเข้าระหว่างสวนจตุจักรกับสวนรถไฟ ก็เลยจัดแจงหิ้วถังใส่ถุงบรรจุปลา เดินเลียบลงไปที่ริมน้ำที่ร่มรื่นและไม่มีวัชพืชปกคลุมอย่างผักตบชวา ผมว่าน่าจะเป็นจุดที่เราจะพิธีปล่อยปลาได้ ก่อนเปิดปากถุงปล่อยปลาช่อนออกไปสู่อิสระท่ามกลางตะกอนสีขุ่นที่ฟุ้งขึ้นมาทันทีที่ปลาออกไปสู่สายน้ำแห่งนั้น

พิธีปล่อยปลาที่ผมว่าก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากการจุดธูปห้าดอก กล่าวคำแผ่เมตตา กรวดน้ำ แผ่ส่วนกุศลและผลบุญให้แก่เจ้ากรรมนายเวร ทำบุญอย่างนี้เสร็จแล้วก็รู้สึกว่าสดชื่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ทั้งๆ ที่อาหารเช้ายังไม่ตกถึงท้องและไม่ได้กาแฟรองท้องสักแก้วก่อนออกจากบ้าน

เดี๋ยวนี้เวลาพูดคุยกับใครหรือได้ยินเรื่องราวไม่สบายใจจากปากคำของใครก็ตาม ถ้าหากพอจะแนะนำได้ผมมักจะบอกว่าลองหาโอกาสทำบุญทำทานอะไรก็ได้ ทำแล้วก็จะได้ความสบายใจแก่ตัวเอง แม้ว่าเราไม่ควรจะคาดหวังผลบุญในชาติหน้าเอาจากใครหรือจากสิ่งใด แต่ผมเชื่อว่าการทำบุญวันนี้ก็จะทำให้เราได้บุญ ณ ตอนนั้น คือได้ความสุขความเบิกบานใจ

ซึ่งนั่นก็นับว่าเป็นบุญที่ได้จากการทำบุญที่เพียงพอแล้ว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s