รักน้องต้อง’รับน้อง’?

ผมว่าในชีวิตนี้ของใครหลายคนรวมกระทั่งผมเองคงจะต้องเคยเป็นน้องใหม่กับใครเขามาอย่างน้อยก็ครั้งหนึ่ง

น้องใหม่ในวงการโน่นนี่ น้องใหม่ในที่ทำงาน และที่สำคัญที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือการเป็นน้องใหม่ในมหาวิทยาลัยครับ

ไม่รู้เป็นอะไร ราวกับข่าวภัยแล้งทุกหน้าร้อนหรือข่าวอะไรก็ตามแต่ที่เรามักจะคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้น หรือมีประเด็นเอาในช่วงเดือนหรือฤดูกาลใดฤดูกาลหนึ่งเป็นประจำสม่ำเสมอ เรียกว่าหมุนเวียนมาถึงช่วงนั้นครานั้นเป็นต้องมีการนำเสนอข่าวเรื่องนั้นๆ จากสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ให้คาดเดาดีกรีของเรื่องราวได้เสมอ

พอถึงเดือนมิถุนายนซึ่งเป็นเดือนแห่งการเปิดภาคเรียนของบรรดาน้องใหม่หรือเฟรชชี่ของมหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นต้องมีข่าว “การรับน้องโหด” การทารุณน้องในการรับน้อง น้องใหม่เสียชีวิตหรือพิกลพิการจากการพาไปรับน้องที่นั่นที่นี่อยู่เป็นประจำ

ใช่ว่ารุ่นผมที่เข้ามหาวิทยาลัยเมื่อยี่สิบปีก่อนจะไม่มีข่าวพรรค์นี้ มีครับมี ฉะนั้นผู้ปกครองและบรรดาพ่อแม่ทั้งหลายที่มีลูกหลานเข้าปีหนึ่งมหา’ลัย เป็นต้องอกสั่นขวัญแขวนกันเป็นแถวเป็นแน่แท้ว่าจะโดนลูกฉันหลานฉันที่โดนเอาไปรับน้องซ่อมน้องโหดจนไม่เป็นอันเรียนบ้างหรือเปล่า

…กระทั่งวานนี้ผมเดินผ่านแผงหนังสือพิมพ์ ได้เห็นข่าวพาดหัวของหนังสือพิมพ์บางฉบับระบุถึงมหาวิทยาลัยที่ผมเคยร่ำเรียนมาสั่งงดการรับน้องหรือการทำกิจกรรมของน้องใหม่เป็นเวลาสองอาทิตย์ ผมพยายามจะเพ่งสายตาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจากเนื้อหาข่าวหน้าหนึ่งที่เห็น แต่ก็ไม่ปรากฏรายละเอียด ซึ่งก็ได้แต่แปลกใจเพราะผมไม่ได้จบช่างกลหรืออุเทนถวาย มหาวิทยาลัยบ้านนอกที่ผมเคยเรียนกับเขานั้นอยู่ห่างไกลถึงตอนเหนือของประเทศ ไม่เคยมีเรื่องราวรับน้องโหดหนักข้อถึงขนาดเป็นข่าวขึ้นหน้าหนึ่งมาก่อน (เท่าที่ผมรู้และจำได้)

ส่วนเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับผมเองนั้นก็คือหลานสาวของผมเพิ่งเข้าเรียนคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยบ้านนอกทางภาคอีสานอีกเช่นกัน ร้อยวันพันปีเธอก็ไม่เคยจะยกหูโทรเข้ามือถือผมมาก่อน แต่วันนั้นไม่รู้เพราะเหตุใด เธอจึงสายตรงมาถามความคิดเห็นของผมเกี่ยวกับการรับน้อง

“น้า…คิดว่าแตงควรจะเข้าห้องเชียร์หรือรับน้องดีไหม เพราะเพื่อนของน้าที่เป็นอาจารย์บอกว่าอย่าเข้าเลย ไปบอกเพื่อนๆ ด้วยว่าไม่ต้องเข้าห้องเชียร์ เป็นกิจกรรมที่เสียเวลา ไม่ได้อะไร…”

นั่นคือสำเนียงและเรื่องราวที่ผมจำได้นะครับ สำหรับคำตอบของผมมีว่าถ้าหากเราอยากจะเข้าก็เข้า(ห้องเชียร์) อยากร่วมกิจกรรมรับน้องเพราะคิดว่าสนุกดี เป็นกิจกรรมที่ไม่เคยทำไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน (ก็ใครเล่าจะมีโอกาสเป็นน้องใหม่มหา’ลัยกับชาวบ้านเขาได้บ่อยๆ) ก็ร่วมกิจกรรม ทำอะไรก็ได้ที่คิดว่าดีที่คิดว่าสนุก ได้ประสบการณ์ นี่เองน่าจะเป็นแก่นแกนของการเดินเข้าไปมหาวิทยาลัยเพื่อเก็บเกี่ยวสิ่งต่างๆ มากกว่าการนั่งรอความรู้ที่หล่นจากปากของอาจารย์ ส่งรายงาน ทำการบ้านกับเพื่อนในกลุ่มหรือจบออกมาพร้อมกับปริญญาบัตรใบหนึ่งเท่านั้น

ผมเคยไม่เห็นด้วยกับการเข้าห้องเชียร์ในตอนที่เรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่งเป็นครั้งที่สอง (เขาเรียกว่า “ซิ่ว” มา) แล้วผมก็ไม่ได้เข้าห้องเชียร์ และก็ไม่ได้รู้สึกอะไร จะกระดากๆ อยู่บ้างตรงที่ไม่ค่อยรู้จักเพลงเชียร์ของคณะหรือมหาวิทยาลัยเท่านั้นเอง แต่ผมก็เดินเข้าไปชมรมของสโมสรนักศึกษาตั้งหน้าตั้งตาทำกิจกรรมไปด้วยเรียนไปด้วย เที่ยวไปด้วย ทำงานพิเศษหาเงินค่าขนมเพิ่มเติมจากที่ได้รับจากทางบ้านไปด้วย ทำให้เวลาสี่ปีเศษๆ ในมหาวิทยาลัยที่ผมเรียนอยู่ ซึ่งเป็นบรรยากาศแบบ “แคมปัส” (ที่พักหรือหอพักอยู่ในบริเวณเดียวกันกับมหาวิทยาลัย) เป็นที่สนุกไม่น่าเบื่อ

ผมไม่รู้ว่าคำตอบที่หลานสาวได้รับจากผมจะส่งผลให้เธอหันหลังเดินออกจากห้องเชียร์เหมือนเพื่อนที่เป็นอาจารย์สนับสนุนหรือว่าเดินตรงร่วมขบวนแถวตอนเรียงหนึ่งไปนั่งเรียงราย ตบมือ ร้องเพลง ท่องชื่อเพื่อนร่วมรุ่น โดนรุ่นพี่ที่เป็นว้ากเกอร์ตวาดและทำโทษเวลาร้องเพลงผิด ทำนู่นทำนี่ไม่ได้ไม่พร้อมเพรียงในห้องเชียร์กันแน่…แต่สิ่งนี้คือบทเรียนหรือการตัดสินใจบทหนึ่งเล็กๆ สำหรับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นนักศึกษาใหม่ที่จะต้องก้าวผ่านอย่างมีชีวิตรอด มีจิตวิญญาณของปัญญาชนที่คิดเป็นคิดได้เองเต็มเปี่ยมขึ้นด้วย

แต่ผมรู้ดีว่ายังไงๆ ข่าวรับน้องจะต้องมาเมื่อถึงเดือนมิถุนาฯ อาจจะปรากฏความรุนแรงหรือวิธีรับน้องแสนจะงี่เง่า ก็เป็นข่าวที่เราคาดเดาได้ว่าเมื่อมี ‘รัก’ น้องก็ต้องมีการรับน้อง…ฉะนั้น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s