ความสุขที่จะ…

สบายดีไหมครับ?

พักหลังๆ นี่พอสิ่งแวดล้อมแย่ลงคนเราก็เจ็บไข้ได้ป่วยกันง่ายขึ้น แม้เราจะตื่นตัวกันง่ายในผลกระทบที่มาถึงตัวเราที่ไวและหนักหน่วงขึ้นเช่นกระแสเรื่องโลกร้อน แต่ก็ดูเหมือนว่าโรคภัยไข้เจ็บดังที่ตกเป็นข่าวเหมือนจะทวีความรุนแรงขึ้นและสร้างผลกระทบให้กับคนเราได้มากและรวดเร็วกว่าเดิม เช่นเรื่องไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่กำลังระบาดทั้งในบ้านเราและหลายๆ ประเทศทั่วโลกในขณะนี้

ผมไม่ได้จงใจที่จะมาแนวเครียด มิหนำซ้ำวันนี้ยังเป็นวันอาทิตย์ที่น่าจะสบายๆ ชิลล์ๆ กันที่สุด ก็เลยไม่มีอะไรที่จะเหมาะสมมากไปกว่าคำทักทายว่า… “สบายดีไหมครับ?”

ผมไม่ค่อยได้โพสต์ข้อความหรือเรื่องราวอะไรใหม่ๆ สักเท่าไรนักในช่วงสัปดาห์เศษๆ ที่ผ่านมา เพราะว่าคอมพิวเตอร์แล็บท็อปของผมป่วยครับ มันโดนไวรัสและเดี้ยงเอาเสียงดื้อๆ เปิดไม่ขึ้นเรียกไฟล์อะไรก็ไม่ยอมออกมาทำงาน เป็นเหตุให้ความขี้เกียจที่มีมากเป็นทุนเดิมยิ่งอาการหนักเข้าไปใหญ่ วันๆ ก็ได้แต่เข้าไปเล่นเกมมากมายในเว็บ Facebook ของตัวเอง…อย่างนี้เรียกว่าคอมพ์ติดไวรัสแต่คนก็อาการหนักเหมือนกัน

เมื่อวานนี้เพิ่งได้ฤกษ์หิ้วคอมพ์ออกไปลงโปรแกรมใหม่ล้างไวรัส ซึ่งแม้เพียงธุระแค่นั้นแต่ก็ทำให้หมดเวลาไปหนึ่งวันเหมือนกันกับการเดินทางออกจากบ้านไปไหนต่อไหนในกรุงเทพฯ แห่งนี้

แต่ก็มีเรื่องน่าดีใจว่าเมื่อประมาณอาทิตย์เศษๆ ที่ผ่านมาได้มีโอกาสนั่งลงกินข้าวกินปลาท่ามกลางเพื่อนๆ และรุ่นพี่ที่สนิทสามสี่คน ได้ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ถามว่าทำอะไรอยู่ตอนนี้ มีภาระสิ่งใดบ้างในชีวิตและสิ่งที่เคยคิดเคยฝันยังคงมุ่งหน้าไปหามันอยู่หรือเปล่า?

ในวัยคนที่กำลังจะย่างเข้าวัยกลางคนเช่นเดียวกับรุ่นผมนี้เพื่อนบางคนยังคงทำงานประจำอยู่ งานการก็ลดทอนความท้าทายลงตามระยะเวลาการทำงานประจำที่ผ่านมา ซ้ำหลายคนที่ยังคงอยู่กับพ่อแม่ก็มีภาระที่จะต้องคอยดูแลพ่อแม่ที่แก่เฒ่าในการพาไปหารักษาตัวไปหาหมอที่โรงพยาบาลต่างๆ เป็นเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ แต่ในความเป็นลูกก็ดูเหมือนว่าทุกคนจะพูดถึงภาระนั้นในทางที่มีความสุขใจที่ได้ทำเพื่อพ่อแม่

ในวันธรรมดาๆ ไม่มีโอกาสอะไรพิเศษ การที่เราได้อยู่ท่ามกลางเพื่อนเก่ามิตรภาพเก่าๆ ที่ไม่ต้องเสแสร้งหรือเรียนรู้กันอีก เราไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าความสุขเรียบง่าย ได้ล้อมวงคุยกันในวงข้าว ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยอะไรที่หนักหนาจนเกินไป มีเงินทองพอใช้แก่ชีวิตและผู้คนรอบข้าง ได้ทำงานที่ตัวเองชอบ มีเวลาให้เหลียวออกไปมองดูความฝันว่ายังคงรอคอยอยู่เบื้องนอกหรือไม่

…ตราบใดที่ชีวิตยังมีลมหายใจ เราก็ขอเพียงแต่ได้พูดคำนี้ว่า ทำอะไรก็ตามแต่ ขอให้มี “ความสุขที่จะ…” เท่านั้นก็พอ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s