นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

เพื่อเป็นการรับขวัญเด็กชายวัยสิบหกที่ก้าวขึ้นไปยืนอยู่ ณ ตำแหน่งสูงสุดของผู้เข้าแข่งขันรายการ The Star5 ผมก็เลยหยิบยกคำที่มักจะใช้พูดตอนจบของนิทานมาใช้ นั่นคือคำว่า “นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอะไรนั้นคงจะต้องติดตามอ่านข้อเขียนนี้ไปจนจบแหละครับ

หลายเดือนก่อนผมติดตามรายการ The Star5 มาอย่างกระชั้นชิด แม้จะไม่ได้ติดตามรายการอัพเดทระหว่างสัปดาห์ แต่หากเป็นคืนวันแข่งขันหรือขึ้นคอนเสิร์ตตอนสามทุ่มครึ่งวันเสาร์ ผมเป็นไม่พลาด หากว่าไม่ได้มีธุระปะปังไปไหน ผมก็จะต้องอยู่เฝ้าหน้าจอคอยชมการแข่งขันแทบทุกสัปดาห์

เช่นเดียวกับการแข่งขันเดอะสตาร์ที่ผ่านมาแล้วสี่ปีก็คือแต่ละปีจะมีตัวแทนผู้เข้าแข่งขันของแต่ละภาคมาอยู่ร่วมบ้าน ร่วมเรียนร่วมซ้อมร้องเพลง เต้นรำและเรียนการแสดงกันทั้งหมด 8 คนด้วยกัน และปีนี้ก็เป็นชายสี่หญิงสี่

ในปีล่าสุดที่ผมได้ติดตามชมนั้นมีหลายคนที่น่าสนใจและสามารถสร้างแฟนคลับของตัวเองได้อย่างรวดเร็วและจากน้ำเสียง การแสดงหรือเสน่ห์ของพวกเขา

หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าผู้เข้าแข่งขันรายการเดอะสตาร์ปีนี้มีคนที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ ที่ได้เข้ารอบลึกๆ แปดคนสุดท้าย อย่างดิวที่มีมาดนักเรียนศิลป์เด็กแนวก็รู้สึกว่าอายุประมาณยี่สิบ น้องแกรนด์ หญิงสาวเจ้าเสน่ห์บนเวทีก็อายุแค่สิบแปด และคนสุดท้ายที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้คือสิงโต ซึ่งครองแชมป์เจ้าป่าบนเวทีเดอะสตาร์ปีล่าสุด เป็นเด็กชายวัยสิบหกจากเมืองขอนแก่น

singto

โทษฐานที่เป็นคนอีสานเหมือนน้องเขา แม้ว่าผมจะไม่ได้เป็น K-Pop (ขอนแก่นป๊อบ) แต่ก็เสียเงินค่าโหวตให้กับเด็กหนุ่มคนนี้ไปสองที

ผมชื่นชมความสามารถและความใจสู้ของสิงโตครับ แม้ว่าจะไม่รู้ว่าสิงโตเป็นเด็กนักเรียนชั้นมอสี่ที่อายุแค่สิบหกปีก็ตาม มิหนำซ้ำเขายังอยู่กับแม่ที่เป็นแม่ค้าขายส้มตำแต่ก็ดูรักใคร่กันดี จากการที่เธอมาติดตามดูการแข่งขันของลูกชายอยู่ทุกสัปดาห์ (ซึ่งนั้นก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่คนเลิฟส้มตำอย่างผมจะต้องเชียร์ลูกแม่ค้าส้มตำครับ)

thestar5ผมเห็นด้วยและเชื่อตามคอมเมนเตเตอร์ทั้งสามคนของรายการนี้ที่บอกว่าสิงโตเป็นเด็กที่มีพัฒนาการเยอะ เยอะจนกระทั่งการแสดงบนเวทีหรือการร้องเพลงดูดีวันดีคืน เพราะเราเองก็ดูไม่ขัดตากับผลการแข่งขันรอบสุดท้ายที่ออกมาว่าสิงโตเป็นผู้ชนะเฉือนดิวไปไม่กี่เปอร์เซ็นต์

และนิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…ที่ผมว่าก็อยู่ตรงนี้แหละครับ

คนมันเก่ง ดูดี มีเสน่ห์บนเวทีจนได้รางวัลชนะจากการโหวต ถ้าหากเป็นนิทานก็คงจะจบลงตรงชัยชนะหรือความสุขสมหวังทำนองนั้น แต่นี้คือเรื่องจริงและผมคิดว่าหลังการแข่งขัน เมื่อสิงโตเดินลงจากเวทีไปสู่ชีวิตจริง เขาคงได้รู้ว่าหนทางที่จะต้องเดิน เพลงที่จะต้องร้อง และการต่อสู้ที่รอเขาอยู่มันมากมายเสียเหลือเกิน…

One thought on “นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s