เสื้อแห่งความเข้าใจ

เสื้อหรืออาภรณ์เครื่องนุ่งห่ม หนึ่งในปัจจัยสี่ที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของเรา เมื่อคราก่อนเคยทำหน้าที่ป้องกันความหนาวเย็น หรือกันลมร้อนเปลวแดดจะระบัดมาโดนผิวกาย แต่วันนี้ในสังคมไทย “เสื้อที่มีสีหรือสีของเสื้อ” กลับมีความหมายหรือทำหน้าที่อื่นๆ คือสื่อ “สาร” อันเป็นความอื่นนอกเหนือจากการทำหน้าที่โดยปกติของความเป็นเสื้อออกมาอีก

ถามว่าแปลกไหมในสังคมที่ “สี” เป็นสิ่งที่เราสัมผัสถึงความหมายและเราได้สร้างความคุ้นชินกับมันอยู่เสมอมา ทั้งในระดับที่รู้ตัวและไม่รู้ตัวก็ตาม

ยอมรับว่าไม่แปลกใจแต่ไม่เข้าใจและไม่เห็นด้วยถึงเหตุการณ์แห่งความแตกแยกลุกลามบานปลาย เป็นการเมืองที่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย เรียกร้องผลประโยชน์ให้กลุ่มก้อนและตนเอง โดยแอบอ้างคำว่า “ประชาธิปไตย” ทั้งๆ ที่ไม่มีความเข้าใจหรือไม่เคยได้รับการเรียนรู้ในความหมายและวิถีทางของคำว่าประชาธิปไตยอย่างเพียงพอและอย่างดีพอ

บ้านเมืองที่ลุกเป็นไฟเมื่อสองสามวันก่อนทั้งที่พัทยาจากการประชมกลุ่มอาเซียนที่โดนกลุ่มคนที่ใส่เสื้อสีแดง และเรียกตัวเองว่ากลุ่มคนเสื้อแดงเข้าไปปิดล้อม บุกยึดและทำลายเพื่อสกัดกั้นการประชุมระดับโลกที่ไทยเป็นเจ้าภาพจนต้องปิดหรือเลื่อนการประชุมออกไปก่อน และผู้นำประเทศหลายๆ ชาติที่เข้ามาร่วมประชุมจะต้องเดินทางกลับประเทศไปอย่างทุลักทุเลโดยที่ยังมิได้มีการประชุมเกิดขึ้น

และที่กรุงเทพฯ กลุ่มคนใส่เสื้อสีแดงก็ได้ปิดอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ปิดกั้นการจราจร พยายามที่จะปิดทางขึ้นลงทางด่วนหลายๆ จุด จนกระทั่งรัฐบาลที่นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจะต้องประกาศพระราชกำหนดบริหารบ้านเมืองในสถานการณ์สถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงและใช้กำลังทหารสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่มีการจุดไฟเผารถเมล์บริเวณสามเหลี่ยมดินแดงตอนเช้ามืดวันสงกรานต์พอดี

ถามว่าในสถานการณ์บ้านเมืองลุกเป็นไฟเช่นนี้ อย่างน้อยคนไทยเกือบจะทุกคนจะต้องเผชิญกับภาวะของความอิหลักอิเหลื่อที่จะต้องโกรธเกลียดคนไทยด้วยกันเอง เพียงเพราะความหลงผิดคิดเชื่อไปสวมเสื้อต่างสี (ซึ่งก็คือเสื้อสีแดง) เทิดทูนคนที่มักใหญ่ใฝ่สูงและโลภโกงกินบ้านเมือง ออกไปร่วมชุมนุมหรือกระทำการร้ายแรงท้าทายอำนาจรัฐต่างๆ นานา เพียงเพราะคิดว่าพวกเดียวกับตนเองจะได้รับชัยชนะบนความสับสนและแตกแยกลำบากใจของพี่น้องคนไทยคนอื่นๆ (ที่สวมเสื้อต่างสี)

กับคำถามง่ายๆ ที่บางทีก็ไม่เข้าใจและตอบคำถามตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมจะต้องเป็นเสื้อสีแดง และคนเราอยู่ดีๆ นอนอยู่กับบ้านเตรียมตัวจะขึ้นปีใหม่ไทยรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เตรียมเล่นสาดน้ำกันแล้วจะลุกขึ้นมาถอดเสื้อสีอื่นๆ ไว้ที่บ้านแล้วสวมเสื้อสีแดงไปชุมนุมประท้วงกลางแสงแดดร้อนของเดือนเมษาฯ และกลางสายฝนที่กระหน่ำเทลงมาในบางเวลากันไปทำไม

หรือเพราะมีเสื้อเหลืองชุมนุมกันได้ (กู ฉัน ผม)จึงจะต้องใส่เสื้อสีแดงลุกขึ้นมาชุมนุมเรียกร้องกันบ้าง เหมือนกับที่เสื้อเหลืองเขามีมือตบเอาไว้ตอนเรียกเสียงเชียร์อีกฝ่ายหนึ่งก็เลยคิด (โดยใช้อะไรคิด?) ที่จะมีตีนตบขึ้นมาบ้างเพื่อความสะใจ

ถอดเสื้อสีหนึ่งแล้วเอาเสื้ออีกสีที่มีความหมายทางการเมืองหรือหมายถึงกลุ่มก้อนของตัวเองขึ้นมาใส่ ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือเรื่องยาก เพราะเสื้อสีนั้นตัวนั้นไม่มีความหมายอะไร อาจจะเป็นเพียงเสื้อสีที่มีคนสักคนหยิบยื่นมาให้ใส่ฟรีๆ ด้วยซ้ำ จึงไม่ต้องเรียนรู้หรือเข้าใจอะไร

แต่การเมือง ประชาธิปไตย ความหมาย ความเป็นไทย ย่อมมากกว่าเสื้อสักตัวหรือสีของเสื้ออย่างแน่นอน และประชาธิปไตยจริงๆ หรือการเมืองบนผลประโยชน์อันเท่าเทียมกันของพลเมืองไทยย่อมเกินกว่าสโลแกนเรียกร้องที่ใครสักคนหรือคนสักกลุ่มจะนำเอาข้อความนั้นขึ้นมาพิมพ์ไว้บนหน้าอกของเสื้อที่ตัวเองสวมใส่

เสื้อสีอะไรในความหมายลึกๆ คงไม่สำคัญเท่ากับการเรียนรู้ที่จะหา “เสื้อแห่งความเข้าใจ”ร่วมกันมาลองสวม…จริงไหมครับ

One thought on “เสื้อแห่งความเข้าใจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s