บุฟเฟต์หนังสือ

ผมชอบคำว่า บุฟเฟต์” (Buffet)

 

อาจจะด้วยความที่เป็นคนชอบกิน และคำว่าบุฟเฟต์ช่างให้จินตนาการถึงความหลากหลายล้นเหลือของอาหารการกินหลากชนิด นานาชาติที่รอคอยให้เราไปตัดลิ้มชิมรสอยู่บนโต๊ะอาหาร

 

แต่เมื่อคำว่าบุฟเฟต์มารวมกับคำว่าหนังสือ กลายมาเป็น บุฟเฟต์หนังสือ ความหมายอาจจะผิดแผกแตกต่างออกไปแต่ก็ให้ความรู้สึกใกล้เคียงของการคละเคล้าหลากหลายระคนกัน

 

แต่คือ หนังสือ มิใช่ อาหาร

 

ถามว่าคนเราหิวการอ่านหรือหิวหนังสือหนังหาได้เหมือนกับหิวอาหารหรือไม่

 

คำตอบน่าจะหาดูได้ที่ศูนย์ประชุมฯ สิริกิติ์ในโมงยามนี้ที่กลายเป็นสถานที่จัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 7อีกคำรบหนึ่ง

…………………………………………

 

ผมไปเยือนงานหนังสืองานแรกของปีนี้มาแล้วล่ะครับ และไปถึงในวันแรกๆ ของการจัดงาน

 

ทั้งๆ ที่เป็นบ่ายวันศุกร์ก็มีผู้คนคึกคักเนืองแน่น เห็นความสับสนอลหม่านของผู้คนที่มาเดินงานหนังสือกันตั้งแต่แรกย่างก้าวออกมาจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเลยทีเดียว ในใจก็คิดว่าผู้คน (คนไทย) ให้ความสนใจเรื่องหนังสือกันเยอะแยะขนาดนี้เลยเชียวหรือ เพราะจากจำนวนผู้คนแล้วคงเห็นได้ว่าถ้าหากมีการจัดงานขายหรือแสดงสินค้าประเภทอื่นๆ ในสถานที่เดียวกัน จำนวนผู้คนที่ให้ความสนใจมาเดินงานหนังสือคงชนะขาดลอย

 

โดยเฉพาะเด็กๆ ประมาณเด็ก ม. ปลายขึ้นไปจนถึงเด็กหนุ่มสาวที่เห็นเดินหรือทรุดตัวลงนั่งท่ามกลางถุงหนังสือในงานนี้กันมากมายทีเดียว…ใครว่าคนไทยไม่สนใจการอ่าน ใครว่าเด็กๆ เล่นแต่เกมคอมพิวเตอร์ ไม่อ่านหนังสือนั้นเห็นท่าว่าจะไม่จริง

 

เรื่องของเรื่องคือเด็กหรือคนหนุ่มสาวสมัยนี้อ่านอะไร และคุณภาพการอ่านของพวกเขามีหรือไม่ มีใครให้ความสนใจเข้าไปดูแล ส่งเสริม ขัดเกลา หรือหยิบยื่นหนังสือดีๆ มีคุณภาพ เหมาะสมกับช่วงเวลาและการไขว่คว้าหาประสบการณ์ของพวกเขาหรือไม่

 

…………………………………………

35492993จากประสบการณ์สามชั่วโมงที่เดินวนดูหนังสืออยู่นั้น ผมขอพูดถึงบูธหนังสือสามบูธ

 

บูธของสำนักพิมพ์นานมี พิมพ์หนังสือว่าด้วยการเรียนรู้นอกห้องเรียนออกมาเยอะ บางส่วนเป็นหนังสือสำหรับเยาวชนที่แปลมาจากหนังสือภาพของเกาหลี (เช่นหนังสือชุดผจญภัยยามติดเกาะร้าง หรือท่ามกลางสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ผมเคยซื้อฝากหลาน แต่จำชื่อหนังสือจริงๆ ไม่ได้) ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากเด็กประถมวัยและเด็กประมาณไม่เกินมัธยมฯ อยู่พอสมควร

 

พอเดินวนในงานหลายๆ รอบเข้าก็จะเห็นว่าบูธของสำนักพิมพ์ A book ในกลุ่ม a day นั้นก็เป็นที่นิยมของกลุ่มเด็กแนวหรือเด็กมหาลัยไปจนกระทั่งถึงวัยรุ่นเด็กหนุ่มเด็กสาวหรือคนในวัยทำงานในช่วงต้นๆ (กระทั่งคนที่มีหัวใจหนุ่มสาวอย่างผมด้วย) ดูจากจำนวนไทยมุงที่ทำให้เข้าถึงหนังสือหรือเข้าไปเลือกหนังสือได้ไม่ถนัดนักในบูธแห่งนี้ (แม้ว่าในปีนี้ทาง A book จะมีบูธแบบกระจายตัวอยู่รอบๆ ฮอลล์ใหญ่เพื่อให้คนเข้าถึงหนังสือได้ง่ายขึ้นแล้วก็ตาม)

 

อีกบูธหนึ่งเป็นที่สังเกตของคนที่ชอบไปเดินงานหนังสือแทบทุกปี เพราะมีกลุ่มวัยรุ่นไปรวมตัวกันที่ด้านหน้าบูธกันอย่างหนาแน่นเกือบตลอดเวลา นั่นก็คือบูธของสำนักพิมพ์แจ่มใส ซึ่งพิมพ์นิยายรักวัยรุ่น จากเดิมเคยแปลเรื่องของเกาหลี แต่เห็นว่าตอนนี้หันมาส่งเสริมให้คนไทยเขียนสำนวนแบบเกาหลีขายให้วัยรุ่นอ่านกันแล้ว ที่บูธนี้ถึงกับมีการต่อแถวหรือยื่นกระดาษให้เลือกดูเมนูระหว่างที่ยืนรอหรือสั่งหนังสือกับเจ้าหน้าที่สำนักพิมพ์ไปพลางยืนรอไปพลางเลยทีเดียว ผมไม่รู้จริงๆ ว่าทั้งๆ ที่สำนักพิมพ์แจ่มใสเองก็มีคู่แข่งเป็นสำนักพิมพ์อื่นๆ ซึ่งตั้งใจส่งหนังสือรักวัยรุ่นในแนวเดียวกันเข้าประกวด แต่ทำไมก็ยังดึงแฟนๆ นักอ่านเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่นทุกปีก็ไม่รู้

…………………………………………

นอกจากบรรยากาศของการไปเดินงานหนังสือแล้วได้เห็นว่ามีใครหรือคนในวัยไหนสนใจอ่านอะไรแล้ว ผมยังได้เห็นวิธีการทำการตลาดด้วยการ ขายพ่วง หนังสือออกใหม่ของบางสำนักพิมพ์ (ซึ่งผมค่อนข้างเชื่อว่ามีมากกว่าหนึ่งสำนักพิมพ์ที่ทำการตลาดแบบนี้) ด้วยการขายหนังสือแบบบุฟเฟต์

 

เรื่องของเรื่องคือถ้าหากสำนักพิมพ์แห่งนั้น (เช่น A book ก็ที่หนึ่งล่ะ) มีหนังสือออกใหม่สัก 10 เล่ม แต่ละเล่มราคาไม่เท่ากัน (ความน่าสนใจก็น่าจะไม่เท่ากัน) แต่ถ้าหากคุณเลือกสัก 7 ในสิบปกแล้วล่ะก็ คุณก็จะได้ราคาพิเศษ คือคิดหารเฉลี่ยเท่าๆ กันก็อาจจะตกเล่มละร้อยกว่าบาทนิดๆ

 

วิธีนี้ช่างเหมาะกับคนที่มี Brand Loyalty สูงๆ คือปักใจว่าชอบหนังสือของสำนักพิมพ์นั้นๆ อยู่แล้ว ไม่ว่าออกหนังสือเล่มไหนออกมา ยังไงก็ต้องหาทางซื้อเอามาเก็บไว้ ฉะนั้นสู้ซื้อแบบบุฟเฟต์ให้ครบๆ ไปเสียเลยจะดีกว่า

 

แต่วิธีนี้ไม่เหมาะกับคนเบี้ยน้อยหอยน้อยอย่างผม ซึ่งยังพอใจกับการค่อยๆ เดินค่อยๆ ดู ถูกใจหนังสือของแต่ละสำนักพิมพ์ที่ละเล่มสองเล่มก็ค่อยๆ ซื้อไป

…………………………………………

 

usedtextbooksnov2007ผมไม่รู้ว่าใครเป็นคนคิดคำนี้หรือบัญญัติ หาทางเอามันมารวมไว้เป็นคำคำเดียวกัน… บุฟเฟต์หนังสือ แต่ก็อธิบายสิ่งที่มันเป็นอยู่ได้ดี

 

เมื่อวานนี้หลังจากการเดินงานหนังสือแล้วหอบหิ้วหนังสือที่เลือกซื้อจากงานกลับถึงบ้าน ผมก็พบว่าตัวเองได้หนังสือมาหลายหัวหลากสไตล์ใช้ได้ นับแต่หนังสือประเภทสารคดี เรื่องสั้น เรื่องแปล เรื่องท่องเที่ยว บทความ ความเรียง กระทั่งคู่มือปรุงอาหาร

 

แม้เหนื่อยล้า แต่ผมก็พึงใจกับรายการบุฟเฟต์หนังสือของตัวเอง

…………………………………………

ภาพหนังสือที่ใช้ประกอบจากเว็บไซต์ www.amazon.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s