นานที ปีละ(สอง)หน

 

in-p01

เตรียมเสียสตุ้งสตางค์กันเอาไว้หรือยังครับ

ที่ผมเอ่ยเช่นนั้นก็เพราะว่ามันใกล้เข้ามาอีกแล้วล่ะครับ “งานสัปดาห์หนังสือ” ครั้งแรกของปีนี้

ในฐานะที่เป็นคนไทยและชอบซื้อหนังสือพอสมควร ผมต้องทำใจยอมรับว่าแต่ละปีจะมีการจัดงานเทศกาลหนังสือที่รวมสำนักพิมพ์และมีหนังสือหนังหามารวมตัว ณ สถานที่เดียวให้เลือกสรรกันมากที่สุดที่ศูนย์ประชุมฯ สิริกิติ์ ปีแล้วปีเล่าก็จัดงานกันอยู่อย่างนี้ จำง่ายๆ ก็คือปิดเทอมใหญ่หน้าร้อนที และอีกครั้งก็คือตอนปิดเทอมเล็กเดือนตุลาคม

ที่จริงแล้วนั้นงานสัปดาห์หนังสือฯ หรือบางทีก็เรียกว่ามหกรรมหนังสือแห่งชาตินั้น เป็นการจัดงานของบรรดาสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยในนามภาคเอกชน และองค์กรอื่นๆ และงานที่ผมกล่าวถึงว่ากำลังจะมาก็คือ “สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 37 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 7  (Bangkok International Book Fair 2009)”  ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม 2552 ถึง วันที่ 6 เมษายน 2552 เวลา 10.00 – 21.00 น. รวม 12 วัน

logo_ibf2เมื่อก่อนซึ่งเป็นเวลาสิบๆ ปีมาแล้วการจัดงานหนังสือประเภทนี้จะใช้บริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษม (ผมไม่แน่ใจนักเรื่องชื่อคลอง) ข้างคุรุสภา กระทรวงศึกษา แถวเทเวศร์หรือย่านราชดำเนินนอกเป็นสถานที่จัดงานครับ ซึ่งก็ได้รับความนิยมจากคนรักหนังสือไม่ต่างจากยุคนี้ แม้สถานที่การจัดการแบบนั้นจะค่อนข้างร้อนและรถติดเดินทางไปงานค่อนข้างลำบาก

พอยุคนี้เปลี่ยนมาจัดงานในห้องประชุมใหญ่โตโอ่อ่า มีแอร์ (ค่อนข้าง) เย็นฉ่ำ มีห้องน้ำห้องท่าสะดวกสบาย มิหนำซ้ำยังสามารถเดินทางไปร่วมงานได้ด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินอีกต่างหาก นับว่ามิเพียงเวลาจะเปลี่ยนไปอย่างเดียว แต่บรรยากาศของงานเทศกาลหนังสือของเมืองไทยก็เปลี่ยนไปในหลายๆ ทางด้วย

เกือบจะทุกหนในแต่ละปีที่มีการจัดงาน ผมจะต้องหาเวลาไปเดินงานหนังสือ (เรียกสั้นๆ ว่าอย่างงี้นะครับ) อย่างน้อยก็ครั้งละวัน แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ค่อยจะเปลี่ยนสำหรับผมก็คือ ความรู้สึกที่ติดตัวกลับมาจากงานหนังสือนั้นมิใช่ความบันเทิงหรือสุขใจที่ได้เลือกซื้อหนังสือ แต่กลับเป็นความรู้สึกหงุดหงิด ไม่ค่อยสมหวังหรือสมใจกับอะไรสักอย่าง เหมือนคนกินข้าวที่หุงไม่สุกยังไงยังงั้น นอกจากนี้ยังเหนื่อยและเบื่อกับสิ่งเร้าภายนอกที่ครอบคลุมบรรยากาศของงานหนังสือ เป็นต้นว่าเสียงประกาศของฝ่ายจัดการที่ประชาสัมพันธ์อะไรต่างๆ นานาอยู่เกือบจะตลอดเวลา และเสียงประกาศนั้นก็ไม่ค่อยจะเหมาะสมหรือน่ารับฟัง ไหนจะมีเสียงป่าวประกาศเรียกร้องให้ผู้คนเข้าไปซื้อหนังสือลดราคาก็หลายๆ บูธอีกด้วย

ถามว่า “เข็ดไหม” แล้วยังจะไปงานหนังสืออีกไหม

 

คำตอบของผมก็คือ ยังจะไปและไม่เข็ดครับ เหตุผลง่ายๆ ก็เพราะว่านานที เขาจัดปีละสองหน จะดีจะร้าย ไปแล้วไม่สนุก ไม่สมหวัง เลือกหนังสือได้ไม่สมใจ แต่ก็ยังจะไปเท่าที่มีเวลาและยังมีงานนี้อยู่

pic_021ผมว่าเราคงไม่ได้มุ่งหวังว่าจะไปซื้อหนังสือกันเพียงอย่างเดียวหรอกนะครับ แม้ว่าจะเป็นงานหนังสือที่แต่ละสำนักพิมพ์ก็ไม่รีรอที่จะเข็นหนังสือใหม่ๆ ออกมาประชันกันในงานเพื่อสร้างยอดขายให้ได้มากที่สุดก็ตาม

แต่ผมว่าการไปงานหนังสือก็เหมือนกับการไปเดินห้างซึ่งคนเรานิยมหนีร้อนไปพึ่งแอร์ การไปเดินสวนจตุจักร ทั้งๆ ที่เหงื่อไหลไคลย้อยก็ยังต้องไปเดิน กิจกรรมเหล่านี้เป็นการไปเปิดหูเปิดตาและแถมได้เปิดสมองสักแว่บสองแว่บ อาจเสียสตางค์บ้างแต่ก็นับเป็นความบันเทิงอย่างหนึ่งในหน้าร้อน

ส่วนใครจะมีรายการหรือรายชื่อหนังสือยาวแค่ไหนเพื่อไปเลือกเดินเลือกซื้อที่งานนี้ก็ขอให้สนุกนะครับ

www.bangkokibf.com/main_thai.html

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s