เก่าแล้วไปไหน

รุ่นพี่ที่สนิทรักใคร่คบหากันมานานคนหนึ่งเขียนเอาไว้บนหน้าเจอร์นัลใน Hi5 ของเธอว่า เราเคยได้ยินแต่คำพูดว่า “ตายแล้วไปไหน” ซึ่งเธอว่ามันไกลตัวไปหน่อย เอาแค่ใกล้ตัวอีกนิดคนเรายังไม่ค่อยรู้หรือเคยนึกถึง เพราะฉะนั้นเธอเลยสนใจว่า “แก่แล้วจะไปไหน” …ไปบ้านบางแคหรือไปเดินทางเที่ยวรอบโลก (เท่าที่มีแรง) ก็ว่ากันไปนะครับ

ส่วนผมกำลังจะถามทุกคนว่า “เก่าแล้วไปไหน” มากกว่า

อะไรที่ว่าเก่า และผมสนใจว่ามันจะไปไหนนั้นก็คือ “หนังสือ” ครับ โดยเฉพาะจำพวกพ็อกเก็ตบุ้กส์ทั้งหลายที่เราซื้อหามาอ่านหรือได้รับมา เมื่ออ่านเสร็จแล้วหรือได้รับมาระยะหนึ่ง หนังสือเหล่านี้ก็ไม่พ้นกลายเป็นหน้าเก่าที่กองเก็บเอาไว้ที่บ้าน ทั้งได้หยิบมาอ่านบ้างและไม่แม้แต่จะถูกหยิบขึ้นมาปัดฝุ่นก็มีหลายเล่มเช่นกัน

ใครที่รักการอ่านและชอบซื้อหนังสือคงเข้าใจหัวอกคนพรรค์เดียวกันได้ไม่ยากนะครับว่าเราจะต้องเป็นธุระในการหาที่ทางหรือเก็บรักษา ดูแลและหาโอกาสนำหนังสือที่รักทั้งหลายออกมาปัดฝุ่น ดูแล หยิบอ่านกันเป็นระยะๆ ไม่อย่างนั้นบ้านบางหลังของบางคนก็อาจจะมีปลวกเข้ามาดูแลหนังสือลงกระเพาะของพวกมันแทนตัวท่านทั้งหลายก็เป็นได้

สำหรับผมนั้น ยังดีที่ที่บ้านมี “พื้นที่” มากสักหน่อยครับ เลยไม่ค่อยได้ผลักไสหนังสือเก่าๆ หรือแม้แต่กองนิตยสารเก่าๆ ที่อ่านเสร็จแล้วให้ไปพ้นหูพ้นตาสักเท่าไหร่ ส่วนจำพวกสิ่งพิมพ์บางๆ ที่มีคนส่งมาให้อ่าน หรือฟรีแมกกาซีนที่หยิบกลับมาอ่านทั้งหลาย เมื่อเสร็จหน้าที่ของมันแล้วผมก็แยกไว้เป็นขยะกระดาษเอาไว้ชั่งกิโลขาย (นัยว่าเป็นการช่วยสิ่งแวดล้อม)

แต่เท่าที่ผมรู้ คนอื่นๆ เขาไม่ยักกะเอาแต่เก็บงำหนังสือหรือนิตยสารเก่าๆ เอาไว้อย่างผม แน่ล่ะ การนำไปบริจาคให้กับองค์กรต่างๆ นั้นเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ก็ยังต้องการการจัดการ เช่น ควรจะนำไปบริจาคให้กับใคร จะจัดส่งไปอย่างไร ซึ่งหลายคนที่ไม่ชอบความยุ่งยากก็อาจจะมองข้ามไป

ในความคิดของผมนึกถึงคำว่า “ห้องสมุดชุมชน” ครับ เพราะว่าพอก้าวออกมาจากนอกรั้วมหาวิทยาลัยสู่โลกของความเป็นจริงแล้ว ผมรู้สึกได้ว่าระบบห้องสมุดที่มีอยู่ของบ้านเรานั้นป่วยไข้สิ้นดี กระทั่งไม่อาจพึ่งพาได้ ทำให้คนไทยตาดำๆ อย่างเราจะต้องซื้อหาหนังสือใหม่ๆ อ่านกันเอาเองอยู่ร่ำไป เพราะไม่มีทางเลือก แม้ว่าจะสนใจเนื้อหาหรืออยากจะอ่านเพียงน้อยนิด เราก็แค่ได้แกะห่อพลาสติกหรือยืนอ่านเอาตามแผง หากมีสตังค์หน่อยก็ค่อยซื้อมาอ่านที่บ้าน แม้อ่านแล้วมันจะผิดหวังมากกว่าชื่นชม ก็ต้องทนๆ กันไปเก็บเอาไว้ จะหาห้องสมุดเข้าไปใช้บริการและมีบริการทุกระดับประทับใจในบ้านเรานั้น ช่างเป็นฝันที่ห่างไกลเอาการ

ไม่กี่วันมานี้เองผมพบว่ามีหนังสือที่ผมเขียนเข้าไปขายอยู่ที่เว็บไซต์แห่งหนึ่ง เลยตามลิงค์ที่มีเข้าไปดู ก็เลยได้พบกับร้านหนังสือมือสองที่ขายหนังสือที่เจ้าของเว็บฯ บอกไว้ว่า ด้วยความที่เป็นคนชอบอ่านหนังสือ ซื้อหนังสือมาอ่านแล้วก็ไม่อยากจะเก็บเอาไว้เมื่อ่านจบแล้ว ราวสองปีที่แล้วก็เลยได้ความคิดที่จะเปิดเว็บฯ ขึ้นมาบอกต่อเพื่อขายหนังสือ และรายชื่อหนังสือที่มีขึ้นมาให้ชมมาให้เลือกซื้อก็มีหลากหลายและถึงกับหนังสือชนแผงเลยก็มี และราคาของหนังสือมือสองของเว็บฯ ที่ว่านี้ก็ลดประมาณ 30 – 70% เลยทีเดียว

ผมว่าแนวคิดในการ “แบ่งปัน” กันอ่าน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะทำเป็นธุรกิจหรือการหารายได้ หรือแม้แต่น้ำใจที่จะหยิบยื่นให้หยิบยืมก็น่าสนใจทั้งนั้น เพราะเรื่องของหนังสือเป็นเหมือนการแบ่งปันหรือการให้ทางปัญญาที่สามารถแบ่งได้ไม่รู้จบ

ใครที่มีความคิดดีๆ หรือที่น่าสนใจมากกว่านี้ที่ว่า (หนังสือของเรา) เก่าแล้วควรไปไหน หรือเก็บไว้กับตัวก็แบ่งปันได้ อย่าลืมเล่าสู่กันฟังนะครับ

www.2hshop.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s