ถูกและดี

จั่วหัวว่าจะพูดคุยกันเรื่อง “ถูกและดี” แต่ก็ใช่ว่าจะพาไปชมและชิมร้านอาหารชื่อเดียวกันในห้างฟู้ดแลนด์แต่ประการใด จริงๆ แล้วความตั้งใจของผมนั้นมาจากสำนวนที่ว่า

“ของถูกที่ไม่มีของดี ของฟรีไม่มีในโลก”

และวันนี้ผมกำลังจะนำคุณเข้าสู่การถกสนทนากันเรื่องของสิ่งพิมพ์แจกฟรี นิตยสารแจกฟรีหรือ Free copy, Free Magazine จะเรียกขานว่าอย่างไรนั้นก็ตามแต่

ผมว่าในวันนี้ “สิ่งพิมพ์แจกฟรี” เหล่านี้เป็นปรากฏการณ์หนึ่งซึ่งผู้คนในเมืองหลวงอย่างเราๆ ท่านๆ หรือแม้แต่ในเมืองใหญ่อย่างเชียงใหม่หรือเกาะสมุยเองคุ้นเคยกันดี หรืออย่างน้อยก็ต้องเคยเอื้อมมือไปรับเอามาอ่านหรือแวะหยิบติดไม้ติดมือเอามาอ่าน…ฟรีๆ

การเกิดขึ้นของ Free Magazines มากมายในระดับปรากฏการณ์ก็คือเราแทบจะพบการเกิดขึ้นของหัวนิตยสารฟรีเหล่านี้ในแทบจะทุกวัน และทุกโอกาสที่ได้เดินทางเข้าไปในย่านกลางเมือง ศูนย์การค้าหรือแม้แต่ตามสถานีรถไฟลอยฟ้าหรือรถใต้ดิน

อย่างน้อย ถ้าหากผมไล่เรียงชื่อของสิ่งพิมพ์ที่มีให้อ่านและหยิบอ่านกันฟรีๆ มาให้ดูตรงนี้ เชื่อแน่ว่าหลายคนคงรู้สึกคุ้นเคยอย่างมาก

…BK Magazine

A day bulletin

Guru

247

Woman Plus

Xpress

Metro Life

Daco…

freemagsนี่เป็นเพียงแค่รายชื่อส่วนหนึ่งที่ผมนึกได้หรือแค่หยิบเอาฉบับที่มีอยู่ใกล้ๆ ตัวที่บ้านมาเปิดดูเท่านั้น แต่ถ้าหากให้ช่วยกันไล่เรียง Free Magazines ที่คุณเคยเจอ เคยหยิบมาอ่าน ย่อมจะมีมากกว่านี้เป็นแน่

ถามว่าคุณรู้สึกอย่างไรกับบรรดา Free Magazines เหล่านี้ ชอบหรือไม่ชอบ?

ถ้าให้คาดเดาตามประสาพฤติกรรมของผู้บริโภคแล้วละก็ ร้อยทั้งร้อยอาจจะพูดว่ามีเหตุผลกลใดกันเล่าที่จะปฏิเสธหรือไม่ชอบสิ่งพิมพ์เหล่านี้ที่พิมพ์ออกมาให้อ่านให้ชมกันฟรีๆ แล้ว Free Magazines ในบ้านเราส่วนมากยังพิมพ์ด้วยกระดาษสี่สี สวยงาม น่าอ่านไม่มากไม่น้อยไปกว่านิตยสารบนแผงมากมายที่มีราคาบนปกให้เราจะต้องจ่าย

เมื่อ Free Magazines  ไม่มีราคาค่างวด แล้วมีสิ่งใดเล่าจะเราในฐานะผู้อ่านหรือผู้บริโภคจะต้องจ่ายให้กับ Free Magazines เหล่านี้ เนื่องจากสัจธรรมข้อหนึ่งบนโลกนี้ก็คือ ถ้าเขาไม่ใช่พ่อแม่ คนรักหรือญาติสนิทมิตรสหายใกล้ชิดของเราแล้ว ใครเขาจะมาลงทุนหรือหยิบยื่น “สิ่งดีๆ” ให้เราอ่านฟรี ๆ เข้าทำนอง “ของถูกไม่มีของดี ของฟรีไม่มีในโลก” ยังไงเล่าครับ

freemag2ลองนึกตามผมถึงราคาที่เราจะต้องจ่ายกันดูนะครับ ถ้าหากตลอดเวลาคุณเป็นคนหนึ่งที่หยิบเอา Free Magazine มาอ่านที่บ้านหรือเคยอ่านผ่านตา โดยที่ไม่ทันฉุกคิดหรือหวนมองดูข้อนี้มาก่อน

ณ วินาทีที่โลกเราเคลื่อนไหวและทุนนิยมเป็นวิถีการผลิตการบริโภคที่ครอบงำ และกลืนกินวิถีชีวิตของเราอยู่ตลอดเวลาเช่นนี้ ผมว่าไม่ผิดถ้าหากคนสักกลุ่ม บริษัทสักบริษัทหนึ่งจะคิดทำหรือผลิต Free Magazine ขึ้นมาเป็นสินค้าหรือกลไกช่องทางทางการตลาดช่องทางหนึ่ง โดยวางตัวเองเอาไว้ตรงกลางระหว่างผู้บริโภคอย่างเราๆ กับบริษัทผู้ผลิตสินค้าและบริการที่ต้องการหาสื่อกลางหรือโฆษณาโหมกระพือความนิยมให้กับสินค้าของตน

ดังนั้นแล้ว Free Magazine ก็ทำหน้าที่ในการขายหน้าโฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์ของตัวเองให้กับเหล่าเอเจนซี่โฆษณา ซึ่งจะต้องคอยมองและซื้อหาสื่อกลางเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในเมืองใหญ่ให้ได้มากที่สุด (ด้วยการผ่านตาโฆษณาของตัวเองในหน้า Free Magazine)

แต่ผมเองคิดว่าการทำ Free Magazine ย่อมไม่เหมือนหรือแตกต่างจากการผลิตสินค้าอื่นๆ ขึ้นมาเพื่อหาผลกำไรหรือรายได้มาจุนเจือหล่อเลี้ยงตัวเองหรือองค์กรธุรกิจเท่านั้น เพราะข้อหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้ความเป็นสิ่งพิมพ์แตกต่างออกไปจากสินค้าอื่นๆ ก็คือจิตวิญญาณของมัน ซึ่งประกอบไปด้วยจิตวิญญาณของคนทำในฐานะกองบรรณาธิการหรือคนทำสื่อ และจิตวิญญาณของ “ผู้อ่าน” ซึ่งว่ากันมาตั้งแต่ระดับการใช้สายตาไปจนถึงการสัมผัสด้วยหัวใจ หากได้อ่านสิ่งที่ดี สิ่งที่รักสิ่งที่ชอบ

 แน่นอนครับ การเกิดขึ้นทุกวันของบรรดา Free Magazines ในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ของเรานั้นมีเกิดและดับกันอยู่แทบทุกวันและเราแทบจะไม่ทันได้ฉุกคิดว่า เราควรจะให้ความสนใจไปไยกับบรรดาของฟรีที่ไม่มีราคาค่างวดที่จะต้องจ่ายเหล่านี้

แต่ถามตัวเองดีๆ และจริงๆ อีกครั้งว่าจริงหรือที่เราหรือว่าโลกไม่ต้องจ่ายอะไรให้กับการผลิต Free Magazines  ออกมาในระดับมากมายก่ายกองจนอ่านไม่ทัน หรือคิดตามไม่ทันว่าอ่านแล้วได้อะไร หรือควรจะหยิบจะเลือกเอามาอ่านดีหรือไม่ (จึงทำให้เกิดการหยิบๆ หรือยื่นมือรับเอามาทุกฉบับที่มาเสนอหรือหยิบยื่นมาให้)

จริงอยู่ครับ ผมเองก็เป็นผู้บริโภค Free Magazine หรือ Free Copy ที่มีอยู่ตัวยงคนหนึ่ง เพราะความที่ผมชอบอ่าน ชอบดูศิลปะในการจัดหน้า การถ่ายภาพ และประเด็นเรื่องราวที่นำมาเป็นปกหรือคนที่สัมภาษณ์มาลงปก

แต่ขณะเดียวกันผมก็ตะขิดตะขวงใจอยู่ไม่น้อยกับความไม่มีมาตรฐานหรือไม่มีคุณภาพของการผลิต หรือการจัดทำต้นฉบับทั้งเรื่องและภาพของผู้จัดทำ Free Magazines ที่เราพบเห็นกันอยู่ แต่ก็ได้แต่ปล่อยๆ ไป เพราะคิดว่าเป็นของฟรีๆ ไม่ต้องคิดมาก

แต่พอคิดดูอีกแง่หนึ่ง กว่าจะเป็นกระดาษเป็นภาพเป็นเรื่องราวและรูปเล่มให้คนอ่านอย่างเราหยิบเอามาอ่านฟรีๆ สิ่งเหล่านี้โลกของเราจะต้องจ่ายไปไม่น้อยกับทรัพยากรธรรมชาติที่แปรมาเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ และเมื่อคนอ่านอ่านผ่านๆ ไปหรือเห็นว่าอ่านไม่สนุกก็ทิ้งขว้างกลายเป็นขยะมากมายก่ายกอง สิ่งนี้ก็คือราคาที่จะต้องจ่ายให้กับการทำ Free Magazine กันออกมาเยอะแยะ แต่ไม่มีคุณค่าน่าอ่านเพียงพอ และฝ่ายที่จ่ายราคาส่วนนี้กลับคือ “โลกของเรา” นั่นเองที่จะต้องแบกรับขยะสิ่งพิมพ์เหล่านี้เอาไว้จนกว่าจะย่อยสลายไปตามกาลเวลา

นี่เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ…แต่จะลอกเลียนแบบหรือเชื่อตามผมหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของท่านเอง

2 thoughts on “ถูกและดี

  1. สวัสดีครับ
    ผมเป็นคนหนึ่งที่อ่านหนังสือของพี่
    ขออนุญาตเรียกพี่นะครับเพราะอายุน้อยกว่าสิบกว่าปี
    ผมชอบแนวคิดที่คิดถึงโลกและธรรมชาติ
    ชอบบทความที่คล้ายกับต้องการเป็นจุดหนึ่งเล็กๆ
    ที่จะทำให้คนหันมาให้ความสำคัญ
    กับสิ่งที่มองข้ามไป
    ทั้งๆที่ ที่จริงแล้ว มันเป็นจุดใหญ่ที่ไม่ควรมองข้าม
    อันที่จริง ผมอยากเป็นคนหนึ่ง ที่ทำหน้าที่สื่อให้คนทั้งหลายได้รับรู้ในวงกว้าง
    แต่ผมก็ไม่ใช่นักคิดนักเขียน (คิดอยากจะเป็น แต่ไม่ร้จะเริ่มอย่างไร)
    สิ่งที่ทำได้ ก็แค่เสนอความคิดให้กับเพื่อนพ้อง และคนรู้จักเท่านั้น

  2. สวัสดีครับคุณ winai ขอบคุณนะครับที่เข้ามาเยี่ยมชมบล็อกและอ่านหนังสือของผม (เล่มไหนครับ) ยินดีที่ได้รู้จักครับ และถ้าหากต้องการคำแนะนำในเรื่องการเขียนหรือว่าจะเขียนไปที่ไหน ไปลงสื่ออะไรก็ยินดีนะครับ (ถ้าผมช่วยได้) อีเมลคุยกันยาวๆ ได้นะครับ…หวังว่าคงได้คุยกันอีกครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s