ไป ‘อ่าน’กันไหม(ในงาน Read Camp)

การอ่านแม้ไม่ได้รวมอยู่ในหัวใจของนักปราชญ์ หรือ “สุ จิ ปุ ลิ” อย่างตรงไปตรงมา แต่หากพินิจดูให้ดีของแต่ละข้อ…

สุ ย่อมาจาก สุตะ แปลว่า ฟัง

จิ ย่อมาจาก จินตะ แปลว่า คิด

ปุ ย่อมาจาก ปุจฉา แปลว่า ถาม

ลิ ย่อมาจาก ลิขิต แปลว่า จด

(“พาหุสัจจะ” แปลว่า ความเป็นผู้ได้สดับมาก หมายถึงการได้ศึกษาเล่าเรียนมาก การมีความรู้ประสบการณ์มาก เรียกบุคคลผู้มีภาวะอย่างนั้นว่าพหูสูต คือผู้ได้ศึกษาเล่าเรียนมากมาก ผู้มีความรู้มาก ผู้คงแก่เรียน นักปราชญ์ หนังสือบางฉบับเรียกว่า “หัวใจนักปราชญ์”

พาหุสัจจะ เกิดจากการศึกษา และการศึกษาที่ดีเกิดจากการศึกษา 4 แบบ คือ ศึกษาด้วยการฟัง ด้วยการคิด ด้วยการสอบถาม และด้วยการจดจำบันทึก

มีคาถาบทหนึ่งที่ถือว่าเป็น หัวใจนักปราชญ์ คือ “สุ จิ ปุ ลิ วิมุตโต กถัง โส ปํณฑิโต ภเว” แปลว่า ผู้ปราศจาก สุ จิ ปุ ลิ จะเป็นบัณฑิตได้อย่างไร”)

คัดเอาไว้ให้อ่านเล่นๆ แบบยกมาทั้งกะบิจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี http://th.wikipedia.org

ผมก็ปักใจเชื่อว่าปราชญ์คงไม่อาจเรียกตัวเองว่าปราชญ์ได้เต็มปากเต็มคำ หากปราศจากการอ่านและการแสวงหาความรู้ ก่อนที่จะนำไปสู่การคิด การถามหรือลิขิตจดจารสิ่งที่ได้จากการอ่านเก็บไว้หรือแลกเปลี่ยนกับคนอื่นต่อไป  

วันนี้มีคนชวนผมไปร่วม ‘อ่าน’ ครับ… 

 แม้จะฟังดูเหมือนธรรมดา ไม่น่าแปลกอะไร แต่อย่าลืมนะครับว่า คือการชวนไปร่วมอ่าน มิได้ชวนไปร่วมเขียน

เรื่องของเรื่องคือ “ซัง” ซึ่งเป็นผู้ประสานงานของเว็บไซต์ประชาไท และเว็บบล็อกกาซีนที่ผมเคยไปเปิดคอลัมน์ (ทางเดินกับความคิด และสุดปีกบิน) ได้ส่งข่าวบอกมาทางอีเมลว่าประชาไทกำลังจะไปร่วมจัดงานที่น่าสนใจมากงานหนึ่ง (ในสายตาและมุมคิดของผม)

readcamp-bannerรี้ดแคมป์ – Read Camp

คือชื่องานนี้ครับ จัดขึ้นตอนสิบโมงเช้าของวันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายนนี้ที่หอศิลป์กรุงเทพมหานคร ตรงสี่แยกปทุมวัน ตรงข้ามกับห้างมาบุญครองนั่นแล

ถ้าเข้าไปในเว็บไซต์นี้ http://culturelab.in.th/readcamp/ ก็จะเห็นรายละเอียดของงานทั้งหมด รวมทั้งที่มาที่ไป กระทั่งว่าจะเอาอะไรไปอ่าน จะไปร่วมงานมหกรรมการอ่านครั้งนี้ได้อย่างไร (ก็ลงชื่อสมัครผ่านเว็บฯ นี้แหละครับ)

อย่าลืมเข้าไปดูเข้าไปชมรายละเอียดกันเอาเองนะครับ ถือว่าเป็นอีกครั้งที่มีอะไรดีๆ น่าสนใจก็จะนำมาบอกเล่ากันบนหน้าบล็อก Bytheway นี้ก็แล้วกัน (ส่วนตัวผมนั้นลงชื่อสมัครเข้าร่วมงานการอ่านครั้งนี้โดยว่องไวมากๆ)

นานมาแล้ว ผมเคยเขียนจดหมายสนทนากับรุ่นพี่คนหนึ่งที่เชียงใหม่ว่า ผมไม่อยากจะเรียกตัวเองว่าเป็นนักเขียนหรือกระทั่งจะมีคนอื่นมาเรียกขาน คำว่านักเขียนสำหรับผมยังเป็นอะไรที่คลุมเครือ จะต้องทำความเข้าใจ บางทีบางอารมณ์มันก็ดูเหมือนเป็นการงานภาระหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่และมีเกียรติ ที่ผมเองยังถือว่าตัวเองเป็นผู้น้อยและยังต้องดุ่มเดินไปบนเส้นทางนี้อีกยาวไกลนัก จึงจะอาจเอื้อมบอกกล่าวตัวเองว่าเป็นนักเขียนกับชาวบ้าน(หมู่บ้านนักเขียน ตำบลสันหนังสือ)ได้คนหนึ่ง…

แต่สิ่งที่ผมเป็นและอยากเป็นอยู่ตลอดเวลา นอกจากจะเป็นนักอยากเขียนแล้วก็คือ ‘การเป็นนักอ่าน’ ครับ

ผมว่านักอ่านเป็นง่ายและน่ารักดี ไม่เครียดและไม่ต้องมีความคาดหวังอะไร อยากอ่านอะไรก็อ่าน อ่านสิ่งใดก็ได้สิ่งนั้น (เหมือนคำพูดที่ว่า You are what you read) การอ่านล้วนประเทืองปัญญา ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

เพราะฉะนั้นถือว่าชวนกันแล้ว…ไปเป็นนักอ่านกันในงานรี้ดแคมป์กันดีไหมครับ?

4 thoughts on “ไป ‘อ่าน’กันไหม(ในงาน Read Camp)

  1. Pingback: อิท : ชวนไปอ่าน : ReadCamp ทุกอย่างอ่านได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s