ลมหนาวและยามเย็น

ลมหนาวมาเยือนกรุงเทพฯ ได้สามสี่วันแล้ว ใครที่เคยนอนเปิดแอร์เปิดพัดลมก็ถึงคราวที่จะได้ปิดสวิตช์ถอดปลั๊กและสัมผัสความเย็นจากธรรมชาติ จากฤดูกาลที่แท้จริงกันบ้างแล้ว (หากสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพฯ รอบตัวท่านเอื้อให้เปิดหน้าต่างออกไปรับความเย็นได้)

วานนี้เป็น ‘วันลอยกระทง’ ครับ…

บอกกล่าวเช่นนี้มิใช่ต้องการจะเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนแต่ประการใด เรื่องของเรื่องคือว่าผมห่างเหินและไม่ค่อย ‘อิน’ กับประเพณีการลอยกระทงมานานนับสิบๆ ปีแล้ว หนล่าสุดของการลอยกระทงก็เพราะว่าสถานที่ทำงานอยู่ตรงท่าเตียน มีท่าน้ำติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา วันลอยกระทงก็เลยกลายเป็นการมีตติ้งปาร์ตี้ มีอาหารเครื่องดื่ม มีกระทงเตรียมไว้ให้ลอยเสร็จสรรพ แต่ถามว่าผมมีการตั้งจิตระลึกขออภัยแม่คงคาอะไรหรือไม่ในตอนนั้นก็เปล่า มันก็แค่คืนพระจันทร์เต็มดวงที่มีน้ำนองตลิ่งและบรรยากาศดีเหมาะแก่การกินดื่มเป็นพิเศษก็เท่านั้นเอง

ผมว่าแม่น้ำยังไม่ขุ่นข้นหรือถูกกระทำพอหรือไร คนเราจึงหาเรื่องราวไร้สาระไปซ้ำเติมแม่น้ำด้วยการเอาสิ่งแปลกปลอม (แม้แต่ตองหรือหยวกกล้วยก็เถอะ ไม่ต้องพูดถึงกระทงโฟมอีกต่างหาก) ไปทิ้งไปลอยลงแม่น้ำอีก

และก็เช่นกันเราเห็นว่าอากาศและบรรยากาศมันเงียบงันหรือไม่วุ่นวายเพียงพอแล้วหรือไร จึงได้เอาเงินไปเผาทิ้งจุดพลุจุดประทัดและดอกไม้ไฟ โดยเฉพาะสิ่งที่มันส่งเสียงกระแทกหูชนิดสุดจนะทานทน

ผมไม่ไปลอยกระทงและไม่คิดถึงการไปเบียดเสียดผู้คนตามบริเวณท่าน้ำเพื่อลอยกระทง แต่ในเย็นย่ำเช่นนี้ผมเองก็ถูกใครๆ หลายคน (อย่างน้อยก็สองคน) เอื้อนเอ่ยทักถามว่า “คืนนี้ไม่ไปลอยกระทงที่ไหนหรือ” เป็นการย้ำเตือนว่าเรากำลังใช้ชีวิตอยู่ในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสองอยู่จริงๆ

ผมกำลังอยากจะพูดถึง ‘ลมหนาวและยามเย็น’ มากกว่า – ในตอนนี้

หากว่าลมหนาวคือมิตรหรืออาคันตุกะที่เดินทางมาเยือนเมืองกรุง หรือเยี่ยมเยือนขอบเขตดินแดนต่างๆ ของเมืองไทยอย่างตรงเวลาในปีนี้ ยามเย็นอาจคือเพื่อนสนิทที่เราหลงลืมที่เราไม่ได้คิดถึงความรู้สึกหรือสนใจอะไรเขามานานแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผมหรือคนอื่นๆ ที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ

เราหลงลืมที่จะมองยามเย็นว่าคือช่วงเวลาที่แสงแดดค่อยๆ หดหายแล้วส่งท้องฟ้าที่นุ่มนวลผ่อนคลายมาให้เรารู้สึกพักผ่อนหรือสงบจิตสงบใจไปกับแสงตะวันในยามเย็น ก็เนื่องจากยามเย็นคือช่วงเวลาใกล้เลิกงาน ช่วงเวลาแห่งการสะสางการงาน การประชุม หรือการติดอยู่บนท้องถนน นั่งสัปหงกบนรถเมล์เพื่อติดแหง็กจนต้องสลบไสลไปกับสถานการณ์ของการจราจร

เราแทบจะไม่เคยเห็นหรือรู้สึกไปกับยามเย็นที่เกิดขึ้นเป็นประจำ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งยามเย็นในช่วงหน้าหนาวที่ฟ้าจะใสและอากาศจะดี (ไม่ร้อนอบอ้าวมาก) เช่นในเวลานี้

image029เย็นวานนี้ผมนั่งรถเมล์ออกจากบ้านเพื่อออกไปยังปากทางลาดพร้าว และจะต้องเดินต่อไปอีกเล็กน้อยเพื่อเข้าไปทำธุระในห้างใหญ่ย่านนั้น และผมรู้สึกถึงคุณค่าของยามเย็น จึงอยากจะสะกิดเตือนหรือชักชวนให้คนอื่นๆ เลิกว้าวุ่น มองท้องฟ้า ปล่อยจิตปล่อยใจไปกับความสงบ (เท่าที่จะสงบได้) และความเป็นอยู่มีอยู่ของยามเย็น…ของกรุงเทพฯ กันบ้าง…ดีไหมครับ

image032

ผมเก็บภาพเมืองกรุงเวลาห้าโมงเย็นกว่าๆ แถวปากทางลาดพร้าวด้วยอาวุธ (โทรฯมือถือ)ส่วนตัว ไม่สงบผ่อนคลายก็จริงอยู่ แต่ก็มี ‘ยามเย็น’…ให้เราได้สัมผัส

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s