อยากจะจดจำรอยก้าวที่เดินไป

ผมเป็นคนชอบถ่ายภาพกำแพงครับ โดยเฉพาะกำแพงที่กระดำกระด่าง มีรอยปะผุ เลอะเปื้อนด้วยริ้วรอย จำได้ว่าไม่มีการเดินทางครั้งไหนที่ผมไม่เคยถ่ายภาพกำแพง ผนัง ฝาบ้านตามที่ต่างๆ กลับมาด้วยทุกครั้ง (ครั้งหนึ่งไปเมืองซัวเถากับผองญาติ ทำเอาพวกเขางงว่าผมและภรรยา ซึ่งยืนหันหลังให้กับกำแพงที่เต็มไปด้วยตัวเลขโทรศัพท์โฆษณาอันเก่าๆ เลอะๆ กำลังถ่ายรูปอะไรกันอยู่)

dscf2520เมื่อวานนี้ (8 พ.ย. 2551) ตอนบ่ายแก่ๆ ที่แดดหลบไปอยู่ที่ไหนไม่รู้และฟ้าเบื้องนอกกำลังมีฝนตั้งเค้าและลมฝนพัดแรง (จะฝนตกอะไรกันจนถึงป่านนี้หนอ) ผมเดินเข้าไปในห้างเกษร ย่านราชดำริอันโก้หรูด้วยสินค้าแบรนด์เนมจากเมืองนอก และค่อนข้างจะเงียบเหงาจากผู้คนเพื่อไปชมนิทรรศการภาพถ่ายของ “ศุภชัย เกศการุณกุล” ในชื่อนิทรรศการว่า a walk to remember (ชื่องานเป็นภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด)

เรื่องของเรื่องก็คือว่าทราบว่าคุณศุภชัยเขากำลังมีนิทรรศการภาพถ่ายชุดนี้ก็จากการอ่านสมุดบันทึกใน Hi5 ของคุณพลอย จริยะเวช และผมเองก็พอจะรู้จักชื่อเสียงของคุณศุภชัยมาบ้างจากการเห็นผลงานในนิตยสาร OPEN จนกระทั่งเขามีคอลัมน์และถ่ายภาพขาวดำสวยๆ เอามาลงให้ได้ชมกันในระยะต่อมา

วันนี้จนกระทั่งถึงวันที่ 20 พฤศจิกายนคือระยะเวลาที่นิทรรศการภาพถ่ายครั้งนี้จะมีให้ชมกันอยู่ที่ชั้น G เกษร ชอปปิ้ง เซ็นเตอร์ (ชื่อจริงของห้างนี้เขา)

ผมหยิบเอาโปสเตอร์ขนาด A5 ของงานนี้มาด้วย พร้อมกับเอกสารที่แจกจ่ายอีกสองใบ หนึ่งในนั้นเป็นที่มาที่ไปและการอธิบายว่าทำไมถึงเป็นชื่อ a walk to remember…

“บ่ายวันหนึ่งผมเดินอยู่ในย่านเมืองเก่า และเพลิดเพลินกับการเดินดูรายละเอียดของสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในเมืองอันเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว ในขณะเดินไปตามซอกซอยเล็กๆ อันคดเคี้ยวของเมือง ผมตระหนักว่าความงามที่ผมพบเห็นกำลังจะเลือนลางไปตามกาลเวลาหรือไม่ก็ถูกแทนที่ด้วยสิ่งใหม่ จนไม่มีวันจะหวนกลับมาอีก ในวันต่อๆมาผมจึงเริ่มเก็บบันทึกความงามที่ซุกซ่อนอยู่เหล่านี้ในความเข้าใจที่ว่าไม่มีอะไรที่คงทนถาวร และความเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดาของโลก การเดินครั้งนี้จึงเป็นการเดินที่เพลิดเพลินเจริญใจที่ได้ค้นพบความงามที่ซ่อนอยู่โดยมีความเศร้าปะปนอยู่ด้วย

เพียงแต่ว่าสิ่งที่ผมบันทึกนี้เป็นเพียงรูปธรรมที่มองเห็นได้จับต้องได้ แต่นามธรรมที่เป็นคุณค่าบางอย่างกำลังจะเป็นไปในแบบเดียวกัน”

dscf2519เป็นคอนเสปท์ของงานที่อ่านดูเข้าทีมาก และผมก็ชอบตรงสองประโยคสุดท้าย (เลยถึงกับยอมลงทุนพิมพ์คัดลอกมาให้ได้อ่านกันไงเล่าครับ)

อ่านดูแล้วอดคิดไม่ได้นะครับ ว่าในงานสร้างสรรค์งานหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน งานศิลปะหรือภาพถ่าย ความคิดอันน่าสนใจที่จุดประกายริเริ่มของผู้สร้างสรรค์นั้นมีความสำคัญเพียงพอกับหรือยิ่งกว่าผลของงานที่จะปรากฏออกมาว่าดีแค่ไหน สวยแค่ไหน…เสียอีก

คราวหน้าเมื่อเดินผ่านกำแพงเก่าๆ ในตรอกซอกซอยริมถนน อย่าลืมมองหาความงามที่ปนความเศร้าแบบคุณศุภชัยว่าไว้ลองดูนะครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s