นอกเมืองกับ’งานหนังสือ’

วานนี้ผมมีเหตุให้ต้องไปเดินเล่นที่ “สวนอนาคต” (ซึ่งก็คือห้าง Future Park) ย่านรังสิต

นอกจากจะไม่ค่อยได้ไปที่ห้างนี้แล้ว เมื่อวานก็ยังเป็นวันอาทิตย์ที่คนทะลักหลั่งไหล เดินกันขวักไขว่ในห้างอีกต่างหาก

ผมไม่แปลกใจนัก เมื่อนึกถึงประสบการณ์ที่เคยเดินอยู่ในห้างลักษณะเดียวกันในย่าน Sha Tin ของฮ่องกงในช่วงวันหยุดตอนต้นปีที่ผ่านมา แล้วนึกอุทานในใจว่า ทำไมคนมันถึงได้มาเดินห้างกันเยอะนัก (วะ) แล้วผมก็มานึกขึ้นได้ว่าคนไทยชอบไปเดินห้างกันมานานแล้ว (บ้างว่าประหยัดแอร์ที่บ้าน แอร์ที่ห้างเย็นดี)

เมื่อไม่นึกว่าจะต้องไปเดินในห้างก็เลยไม่รู้ว่าจะไปดูหรือไปซื้ออะไร…

พอแยกตัวเองออกมาจากกลุ่มที่เขารู้ตัวว่าจะไปเดินดูอะไร ผมก็แวะซื้อกาแฟร้อนลาเต้แก้วหนึ่ง แล้วทันใดนั้นเองตรงมุมด้านหน้าทางเข้าห้างโรบินสัน (โอ ในห้างมีห้างซ้อนกันอยู่ แล้วยังมีห้างบิ๊กซี กับเซ็นทรัลอีกมุมหนึ่ง) ใกล้ๆ กับละแวกร้านขายทอง ผมก็เห็นว่าตรงลานทางเดินนั้นกำลังมีการจัดงาน “Book Festival” อยู่

อย่ากระนั้นเลย ผมก็เลยเดินถือแก้วกาแฟไปสำรวจดูหนังสือและพฤติกรรมผู้คนที่เลือกซื้อหนังสือที่เกิดขึ้น ณ ตรงนั้น

มีแผงหนังสือหลายแผงครับ ส่วนมากเป็นหนังสือที่เสมือว่าพิมพ์ออกมาเพื่อจะขายในราคาลด 50 % เลย เหมือนที่เราๆ ท่านๆ เคยเห็นแผงขายหนังสือแบบนี้ที่อยู่ตามมุมห้างต่างๆ แต่ที่ทำให้ผมใช้เวลาไปได้เยอะก็คือแผงหนังสือเก่าที่เอาหนังสือมากองเป็นตั้งๆ ให้เลือกรื้อกันได้ตามอัธยาศรัย

ปกติเจอเข้าแบบนี้ผมอาจจะไม่เลือกรื้อดูเลยก็ได้ แต่เนื่องจากวานนี้มีเวลาอยู่เยอะ และพอดีเห็นหนังสือบางปกน่าสนใจดีและราคาก็ยังถูกมากๆ ด้วย ผมก็เลยหยุดเลือกดู ก็ทำให้ได้หนังสือเก่าติดไม้ติดมือกลับบ้านมาด้วยหลายเล่มทีเดียว

หนังสือที่ผมได้มานั้นมี  5 เล่มด้วยกันคือ

จิตสำนึกใหม่แห่งเอเชีย 1

โยคะทางจิต เพื่อชีวิตประจำวัน

ยามเช้าของชีวิต ของกนกพงศ์ สงสมพันธุ์

หอมกลิ่นภูเขา เรื่องสั้นของสร้อยแก้ว คำมาลา

ตะล็อกต๊อกแต๊ก ของรักษิตา

ที่พิเศษหน่อยก็คือของนักเขียนหญิงสองคนนี้ปรากฏว่าเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่รู้จักมักคุ้นกันอยู่

สร้อยแก้วนั้นเป็นรุ่นน้องสถาบันเดียวกัน รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียน ทำค่ายทำกิจกรรมด้วยกัน ทุกวันนี้ก็ยังติดต่อหรือถามข่าวคราวฝากความคิดถึงถึงกันอยู่

ส่วนรักษิตานั้นเองคือ “พี่ดาว” ผู้ร่าเริงและสนุกสนานเฮฮา พูดคุยเป็นกันเอง แม้ว่าเราจะเพิ่งเคยรู้จักกันที่เชียงใหม่เมื่อไม่นานมานี้ โดยเพื่อนเป็นคนแนะนำให้รู้จัก (และได้รู้ว่าพี่ดาวเป็นรุ่นพี่คณะและมหาวิทยาลัยของคนใกล้ตัวผม)

เห็นหนังสือของสองคนนี้วางขายในราคาเล่มละ 5 บาท 10 บาท ถูกเหลือเชื่อ แต่ต่อให้แพงกว่านั้นก็ยังจะต้องอุดหนุนกัน (แม้จะเป็นหนังสือมือสองก็ตาม)

เมื่อได้หนังสือมาแล้ว ผมก็มาหยุดยืนดูหนังสือแต่ละปกในมือของตัวเองว่า ถ้าหากดูรายชื่อหนังสือที่มีอยู่ตอนนี้แล้วให้นึกว่าคนอ่านหรือคนเลือกหนังสือเหล่านี้เป็นคนเช่นไรก็คงจะยากที่จะนึกออก เพราะในรายชื่อมีทั้งเรื่องสั้น สารคดีถกชีวิตและสังคมที่จริงจัง การฝึกจิตแบบโยคะ บทกวีใสๆ บทบันทึกหนักหน่วง เรียกว่ามีความหลากหลายมากทีเดียว

…และนั่นเองเป็นเหตุผลหนึ่งของการหยุดดูหยุดเที่ยวงาน Book Frestival แบบจิ๋วๆ ที่มีในห้างเพื่อจะดูว่าแต่ละคนเลือกดูเลือกซื้อหนังสือของพวกเขาอย่างไรกันบ้าง?

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s