Dom’s Art. อาร์ตของ(อุ)ดม

ผมเพิ่งได้หนังสือเล่มหนาขนาดเดียวกับนิตยสารมาเล่มหนึ่ง มีชื่อว่า DOMCUMENTARY เป็นเรื่องราวของศิลปะโดยอุดม แต้พานิช

จำได้ว่าครั้งแรกเห็นหนังสือของผู้ชายจมูกโต รักศิลปะและแสดงเดี่ยวไมโครโฟนเป็นอาชีพเล่มนี้ที่เชียงใหม่เมื่อประมาณเกือบสองปีที่ผ่านมา จำไม่ได้ว่าทำไมถึงยังไม่ได้ซื้อตอนนั้นก็ไม่รู้

วันนี้ผมไปได้มาจากงานนิทรรศการศิลปะที่เพิ่งเปิดงานไปใหม่หมาดที่ J Avenue (ห้องแสดงศิลปะบนชั้น4) กลางซอยทองหล่อ ชื่องานก็คือ “ขี้เหร่เนะ” โดย คิน ชิโอตานิ (Kin Shiotani) นักวาดภาพประกอบชาวญี่ปุ่น กับงานศิลปะทั้งภาพเขียน สื่อผสม ตุ๊กตาไฟเบอร์กลาสเพ้นท์สีของอุดม แต้พานิช หรือ “โน้ต”

ถ้าอยากรู้ว่างานนิทรรศการศิลปะของ “ผู้ชายหน้าตาไม่ดี” สองคนที่ต่างเชื้อชาติกันมาจัดแสดงด้วยกันเป็นครั้งแรกจะเป็นเช่นไร ก็ไปติดตามชมกันได้จนถึงวันที่ 5 พฤศจิกายนปีนี้ แต่ที่พอจะหยิบยกมาบอกเล่าได้ก็คงจะเป็นบางส่วนที่ปรากฏอยู่บนสูจิบัตรนั่นเอง

“ขี้เหร่เนะ” คำที่คนไทยฟังแล้วรู้สึกไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ แต่คนญี่ปุ่นกลับถือเป็นคำชื่นชม

คนไทยมองขี้เหร่แปลว่า “ไม่สวย” แต่ขี้เหร่ของคนญี่ปุ่นกลับแปลว่า “สวย”

ของที่ใครว่าขี้เหร่ อาจจะสวยสำหรับใครบางคนก็ได้

พูดถึง “โน้ต อุดม” (บางทีผมเคยเห็นบางคนเขียนชื่อโน้ตเป็น “โน้ส” แต่ไม่แน่ใจว่าจะเขียนแบบโน้ตไหนกันแน่) ผมเพิ่งได้ดูวีซีดีการแสดงเดี่ยวไมโครโฟนครั้งล่าสุด (เดี่ยว7) ของเขาไป และต้องยอมรับในฝีไม้ลายมือการแสดง การพูด การเรียกเสียงฮา และความคิดสร้างสรรค์ในการออกมายืนแสดงเดี่ยวบนเวที ซึ่งเป็นความสามารถระดับประเทศและเป็นที่ยอมรับ (แม้จะไม่ได้ “ดูสด” ก็ยังฮาและอินกับมุขตลกหรือมุขแซวได้ปานนั้น…ลำปางหนาวมาก!!!)

แต่ในอีกด้านหนึ่งที่เป็นมนุษย์ปุถุชนที่มีความรักและต้องการแสดงออกซึ่งตัวตนของตัวเอง โน้ตได้เลือก “งานศิลปะ” โดยการใช้สี ใช้การออกแบบ การเจาะรู การระบายสี การปาดป้ายสีหรือการหยิบสิ่งของเหลือใช้เป็นสื่อผสมที่มีความเป็นศิลปะแบบป๊อบอาร์ต…

ถึงตรงนี้ผมไม่แน่ใจว่าตัวเองจะเลือกใช้คำได้ถูกต้องหรือเปล่า “ป๊อบอาร์ต” สำหรับงานศิลปะของโน้ต เอาเป็นว่ามันเป็นภาพลายเส้นที่ดูง่ายๆ สื่อออกมาด้วยรูปร่างรูปทรงง่ายๆ เช่นภาพใบหน้าของคนขนาดใหญ่ ที่มีดวงตากลม หรือลายเส้นโค้งที่ดูออกว่าเป็นรูปจมูก ดูแล้วไม่ต้องตีความ แต่ก็ได้ความรู้สึกด้วยเรื่องราวที่ปรากฏผ่านสีสันอันสดใส จัดจ้าน ฝีแปรงหรือการลากเส้นที่อิสระ หรือแม้แต่กระทั่งการเจาะรูลงไปบนพื้นไม้แล้วแต้มทับร่องรอยด้วยสีสันต่างๆ จนเกิดเป็นเรื่องราวบนภาพใบหน้าของคนขนาดใหญ่

งานชุด “ขี้เหร่เนะ” ของโน้ตไม่ค่อยมีความหลากหลาย และเมื่อได้ดูก็ไม่ได้รู้สึกถึงพลังที่ล้นเหลือ หรือความซุกซนที่ถูกศิลปะปลุกเร้าขึ้นมา แต่คล้ายเป็นงานมองลึกเข้าไปภายในตัวตนของตัวศิลปินเอง เหมือนกำลังคิดถึงอะไรบางอย่าง อยู่กับตัวเองแต่ก็ยังอยากจะพูดถึงภาวะความรู้สึกต่างๆ หรือภาวะสังคม (เช่นงานไฟเบอร์กลาสรูปคนกึ่งไดโนเสาร์เอียงหูคุยโทรศัพท์มือถือ สองมือถือถุงช้อปปิ้งพะรุงพะรัง)

อาจเป็นความรู้สึกส่วนตัวก็ได้ที่ผมดูแล้วรู้สึกว่าโน้ตคงจะกำลังอยากจะพักผ่อนและสงบศึกกับภาวะพุ่งพล่านด้วยพลังงานและจินตนาการมากมายของตัวเอง เลยสื่อออกมาเป็นงานศิลปะที่มีความง่ายกว่าแต่เดิมที่ง่ายอยู่แล้ว

ผมคงต้องใช้เวลาเรียนรู้และเข้าถึงศิลปะของ (อุ)ดม ให้มากกว่านี้ได้ก็จากหนังสือ DOMCUMENTARY เล่มที่ได้มาจากบูธขายของที่ระลึกจากงานนี้

และผมเข้าใจดีว่าวิธีการเข้าถึงงานศิลปะที่ดีที่สุด อาจก็คือ การที่ไม่ต้อง (พยายาม) เข้าถึง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s