อาวุธ

มือถืออยู่ด้วยกันมานานสองปีกับอีกห้าเดือนแล้วก็มีอันรวนเรแปรปรวนจนใช้งานได้ไม่ปกติเหมือนเคย แม้จะส่ออาการก่อนหน้านี้มาบ้างที่บางทีลำโพงก็ไม่ดัง เป็นเหตุให้ไม่ได้ยินบทสนทนา (นี่ก็อาจจะเป็นข้อตำหนิร้ายแรงของการเกิดมาเป็นมือถือ) อยู่บ้างเป็นระยะ แต่โดยรวมแล้วก็ยังนับว่าพอจะใช้งานกันมาได้ ทั้งๆ ที่แบตเตอรี่ของมันก็เสื่อมเอาๆ แล้วก็ตาม

ฤกษ์งามยามร้ายในวันหนึ่งเมื่อจะต้องอาศัยมือถือติดต่อพูดคุยเรื่องธุระการงานที่ไม่ค่อยจะต้องกระทำบ่อยนัก ก็ปรากฏว่าเจ้ามือถือดันเบี้ยว เกิดไม่ได้ยินเสียงอีกฝ่ายหนึ่งขึ้นมาอีก เป็นเหตุให้หงุดหงิดและพาลคิดว่าท่าเราจะต้องเปลี่ยนมือถือ ถอยเครื่องใหม่(ราคาไม่แพง) ออกมาใช้เสียแล้วกระมัง

เคยอ่านเจอที่ไหนสักแห่งเขาบอกว่าในยุคนี้เป็นยุคไฮเทคผู้คนเปลี่ยนมือถือกันไปตามแฟชั่นและสเปคใหม่หมาดของเครื่องใหม่ๆ ที่ออกมา ทั้งๆ ที่เครื่องเก่าก็อาจจะยังดีอยู่หรือแม้แต่ผู้ที่ซื้อมาใช้อาจจะยังไม่ได้ใช้งานมันอย่างเต็มที่ตามศักยภาพที่เครื่องมีอยู่ แต่ก็ต้องการเปลี่ยนเครื่องใหม่ที่ดูดีกว่าเดิม หรือมีลูกเล่นล่อตาล่อใจกว่าเดิม ซึ่งที่จริงแล้วคนเราควรจะใช้มือถือเครื่องหนึ่งไม่น้อยกว่าสองปีถึงจะเหมาะสม(ต่อโลกและสิ่งแวดล้อม ในฐานะที่การผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ไฮเทคจะต้องใช้ทรัพยากรต่างๆ ในการผลิตหรือเมื่อใช้งานเสร็จแล้วก็จะต้องถูกนำไปย่อยทิ้งทำลายมีเศษสิ่งที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อมต่อไปอีกนาน)

มือถือเครื่องเก่าของผมอายุเกือบสองปีครึ่ง ตอนแรกที่ซื้อมาก็ว่าไฮเทคดี มีทั้งกล้องถ่ายรูปสองแสนพิกเซล มีทั้งโปรแกรมเล่นเพลงเอ็มพีสาม มีหน้าจอสีและโปรแกรมเชื่อมต่ออย่างบลูทูธหรือต่อเน็ตก็ได้ ซึ่งอยางหลังนี่ผมแทบจะไม่ได้ใช้งานมันเลย ส่วนมากก็ใช้เพียงโทรเข้าออก รับส่งข้อความเป็นหลัก สนนราคาตอนนั้นแปดพันหน่อยๆ ก็ถือว่าถูกแล้ว

เมื่อตกลงใจว่าจะเปลี่ยนมือถือ ผมไม่รีรอที่จะแวะไปที่ห้างมาบุญครองชั้นสี่ ซึ่งเป็นแหล่งรวมตลาดขายมือถือ กล้องดิจิทัลและอุปกรณ์ดิจิทัลหลากหลายมากเท่าที่จะมากได้ในเมืองไทย วันนั้นไม่ได้ตั้งใจมุ่งไปดูมือถือใหม่เพียงอย่างเดียว แต่เนื่องจากที่นั่นเป็นทางผ่านของการต่อรถไฟฟ้าเมื่อจะต้องออกไปติดต่องานแถวสีลม เลยถือโอกาสแวะดูเสียไปให้เสร็จเรื่องก็เท่านั้น

เพื่อนของผมคนหนึ่งปักหลักทำงานและใช้ชีวิตอยู่บนเกาะเสม็ดมีอันต้องเข้ามากรุงเทพฯ และส่งข่าวผ่านมาทางคนใกล้ตัวผมเมื่อรู้ว่าผมกำลังจะเปลี่ยนมือถือใหม่ว่ามือถือแบบที่เพื่อนใช้อยู่เวิร์คมาก ราคาก็ลงมาเยอะแล้ว น่าจะลองดูรุ่นนี้ เมื่อไปแย้มหน้ามองดูตามเคาน์เตอร์ขายมือถือในห้างมาบุญครองดูแล้วก็ติดใจขนาดความบางของเครื่องรุ่นใหม่นี้และฟังก์ชั่นใช้งาน (ซึ่งผมจะต้องพยายามบอกตัวเองว่าเมื่อซื้อไปแล้วจะต้องหาทางใช้ฟังก์ชั่นเหล่านี้ให้จงได้)เพียบพร้อมเหมาะสมกับยุคสมัย เห็นเครื่องเล็กบางเช่นนี้มีกล้องถึงสองล้านพิกเซลเชียวนา

ว่าแล้วก็ถอยมือถือรุ่นใหม่แกะกล่อง(ของผมคนเดียว เพราะรุ่นนี้ออกมานานแล้วคนอื่น- อย่างเพื่อนผมก็ใช้มาร่วมปีแล้ว)มาในราคาหกพันบาทนิดๆ พอเงินออกจากกระเป๋า และได้มือถือเล็กๆ บางๆ บางๆ มาเครื่องหนึ่งก็รู้สึกถึงความเสียดายเงินขึ้นมาตะหงิดๆ (แม้จะเป็นที่รู้ก่อนหน้าแล้วว่าผมสามารถเลือกมือถือเครื่องนี้ได้เพราะมีคนจะซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดที่กำลังจะมาถึง)

ผมนึกถึงเหตุการณ์ในบ่ายวันจันทร์ในย่านตลาดมือถือบนห้างมาบุญครองที่ผมแวะไปดูโทรศัพท์มา ผมพบว่าที่นั่นมีผู้คนมากมายและเนืองแน่นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ผู้คนให้ความสนใจมาเลือกดูเลือกซื้อมือถือหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับมือถือและสินค้าไฮเทคกันมากมายเหลือเกิน จนผมรู้สึกได้ว่าจะมีคนไทยสักกี่คนที่จะไม่มีมือถือใช้ นอกเสียจากคนที่สมัครใจที่จะไม่ใช้ ไม่ใช่เพราะไม่สามารถหามาใช้แม้จะต้องจ่ายผ่อนส่งหรือเป็นหนี้เป็นสิน แต่ก็ขอให้มีมือถือสักเครื่อง

เย็นวันนั้นขณะผมโดยสารรถไฟฟ้ากลับบ้านก็เป็นเวลาเลิกเรียนของนักเรียนมัธยมฯ พอดี ผมเห็นเด็กผู้หญิงบนไฟฟ้าเล่นเกมบนมือถือไฮเทครุ่นใหม่ราคาแพงของเธอ (รุ่นที่ผมเห็นมีร้านค้าจำหน่ายกันหลายร้านบนมาบุญครอง) ผมพลันนึกถึงหลานๆ ที่ต่างจังหวัดแม้จะอายุอานามเพ่งจะผ่านเลขสิบกันมาได้ไม่กี่ปี เพิ่งจะเข้าเรียนมัธยมต้น แต่หลานๆ หลายคนก็มีมือถือติดตัวเป็นของตัวเองเสียแล้ว แม้มันจะไม่ไฮเทคหรือราคาไม่ได้แพงเหมือนของเด็กผู้หญิงบนรถไฟฟ้าคนนั้นก็เถอะ

คนไทยเกือบจะทุกคนมีมือถือเป็นของตัวเองอย่างน้อยคนละเครื่อง…คือความจริงของปัจจุบัน และแน่นอนที่เราย่อมเคยรู้เคยเห็นว่ามีคนใช้มือถือติดตัวมากกว่าหนึ่งเครื่องก็มี นั่นแสดงว่าต่อไปคนเราก็อาจจะเหมือนหุ่นยนต์หรือสินค้าดิจิทัลที่จะมีโค้ตนัมเบอร์หรือมีรหัส (ก็เบอร์มือถือของเรายังไงล่ะครับ) ของตัวเองคนละเบอร์

มือถือไม่ใช่เครื่องมือเพื่อการติดต่อสื่อสารเป็นหลักแล้ว แต่ยังเป็นเกมเอาไว้เล่นแก้เหงาหรือฆ่าเวลา เป็นกล้องถ่ายรูปหรือวิดีโอเพื่อถ่ายคลิปเอาไว้ให้เกิดความอื้อฉาวของตัวเอง เป็นนู่นนี่สารพัด แต่อาจจะไม่ใช่อาวุธที่คนเราจะเอาไว้ปกป้องตัวเองออกจากความไม่รู้ ไม่ใช่ ‘ปัญญา’ โดยเฉพาะปัญญาในความหมายที่เคยมีคำพูดว่า ปัญญาคืออาวุธ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s