ในฐานะของ ‘ผู้แต่ง’

สวัสดียามบ่ายวันอาทิตย์ครับ…

ตอนแรกผมคิดว่าจะไม่เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเพื่อเข้าอินเตอร์เน็ต เพื่อเช็คข่าวสารอีเมลหรือเขียนอะไรนู่นนี่อีกแล้ว

วันอาทิตย์อยากให้เป็นเช่นวันว่างๆ สบายๆ อ่านหนังสือ โดยไม่ต้องเข้าใกล้เครื่องคอมพ์จะดีที่สุด

แต่แล้วก็เหมือนกับหักห้ามใจไม่ได้ ยังรู้สึกว่ามีอะไรต่างๆ ที่จะต้องจัดการหรือส่งอีเมล และในระหว่างนี้ยังคอยส่งข่าวบอกเพื่อนฝูงญาติมิตรที่มีอีเมลอยู่ด้วยว่าหนังสือเล่มใหม่ของผมเพิ่งออกวางแผง (ก็ “ความสุขในสวนหลังบ้าน” เล่มนั้นแหละครับ) อย่าลืมไปดูหรือช่วยกันอุดหนุนสักคนละเล่มสองเล่ม

……………………………………

อีกเรื่องที่อยู่ในความคิดของผมมาหลายวันเช่นกันก็คืออยากจะเล่าถึงความรู้สึกในฐานะของผู้แต่ง (Author) หนังสือว่ากว่าจะมีผลงานหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คสักเล่มออกมามันใช้เวลานานหรือใช้ความวิริยะอุตสาหะเพียงไร (เพื่อจะหนีจากคำว่า ‘ฟลุ๊ค’ หรือมีเส้นสายคนรู้จักทำสำนักพิมพ์หรอกถึงออกหนังสือได้)

ผมปะคำว่า Author ซึ่งเป็นคำฝรั่งไว้ด้วยในย่อหน้าที่แล้ว เพราะผมไม่เคยคิดถึงคำนี้มาก่อน จนกระทั่งเมื่อมีหนังสือเล่มใหม่แล้วเพื่อนคนหนึ่งส่งข้อความแซวมาทาง SMS แล้วเขียนถึงผมว่าคือ Author (แล้วนะ) ที่ผ่านมาผมคิดถึงแต่คำว่า ‘นักเขียน’ แต่ก็ไม่เคยคิดหรืออาจเอื้อมจะเรียกขานตัวเองว่าเป็นนักเขียนแล้วหรือเป็นนักเขียนคนหนึ่ง…

ทำไมและเพราะอะไรนั้นผมว่าเราน่าจะมาแลกเปลี่ยนกันอีกทีวันหลังนะครับ

……………………………………

กว่าจะมาเป็นหนังสือเล่มน้อย – ความสุขในสวนหลังบ้าน ที่จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชนวันนี้ พูดได้ว่า “ต้นฉบับ” งานชุดนี้ (ข้อเขียนและภาพประกอบ) มันใช้เวลาเดินทางระหกระเหินนานพอดู แรกทีเดียวเมื่อคอลัมน์ “สวนหลังบ้าน” ซึ่งเคยอยู่ในเซ็คชั่น “เสาร์สวัสดี” จุดประกาย หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจสิ้นสุดลงในช่วงเวลาปีเศษ (2547 – 2548) ของการเขียนคอลัมน์มาอย่างต่อเนื่องนั้น ผมได้นำเสนอต้นฉบับให้สำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์พิจารณา แต่ก็ไม่ผ่าน และในช่วงเวลาเดียวกันนั้นสำนักพิมพ์ DMG ก็ได้ติดต่อมาว่าอยากจะตีพิมพ์งานชุดสวนหลังบ้านของผม แต่เมื่อเข้าไปคุยในรายละเอียดก็รู้สึกไม่ลงตัวในเงื่อนไขและค่าต้นฉบับที่ฝ่ายนู้นเสนอมา ผมจึงหอบงานชุดนี้เอาไปฝากไว้ที่สำนักพิมพ์วงกลม เพราะรู้จักกับบรรณาธิการสำนักพิมพ์วงกลมทั้งสองท่านมาตั้งแต่เมื่อครั้งผมเคยเขียนคอลัมน์ให้กับนิตยสาร SUMMER และที่วงกลมนี่เองที่ผมแอบมีความหวังว่าจะได้ออกงานชุดสวนหลังบ้านฉบับรวมเล่มออกมาเสียที แต่ก็ปรากฏว่าเป็นระยะเวลาสองปีที่ว่างเปล่าและเงียบหาย

เมื่อถอนต้นฉบับคืนกลับมาจากสำนักพิมพ์วงกลมแล้ว ผมก็งงๆ ไม่รู้จะทำอย่างไรกับงานเขียนชุดนี้อยู่พักหนึ่ง แต่หากมีเวลาว่างครั้งใดก็จะหยิบออกมาอ่านดูและรู้สึกว่าเมื่อคอลัมน์นี้หลายๆ เรื่องอยู่รวมกัน มันมีอารมณ์ มีเรื่องราวในอีกแบบหนึ่ง ซึ่งน่าจะให้ผู้อ่านได้มีโอกาสอ่าน ผมจึงฮึดสู้อีกครั้งด้วยการรวบรวมต้นฉบับอีกทีส่งไปให้สำนักพิมพ์รักลูกบุ๊คส์ ซึ่งมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งทำงานอยู่พิจารณา (รวมทั้ง Bear Books Publishing ซึ่งเป็นของรุ่นน้องคนหนึ่งด้วย) เมื่อได้คำตอบว่าไม่สนใจ ผมก็เดินหน้าต่อโดยส่งต้นฉบับไปที่สำนักพิมพ์บ้านและสวน…จนกระทั่งเกือบจะถึงป้ายสุดท้ายผมก็ลองส่งไปให้สำนักพิมพ์ Prima และสำนักพิมพ์มติชนพิจารณา ซึ่งหลังจากส่งต้นฉบับไปทางไปรษณีย์กว่าจะถึงมือบรรณาธิการ กว่าจะมีอีเมลตอบรับจากสำนักพิมพ์มติชนว่าต้นฉบับของผมผ่านการพิจารณาและยินดีจะจัดพิมพ์หนังสือออกตอนปลายปี 2551 นั้นเวลาก็ผ่านไปร่วมสามเดือนด้วยกัน

……………………………………

จากเดือนมีนาคมล่วงมาจนกระทั่งปลายมิถุนายนปีนี้เป็นช่วงเวลาของความเงียบและลุ้นว่าเมื่อไรจะมีการทำงานเพื่อให้หนังสือ “สวนหลังบ้าน” ฉบับรวมเล่มปรากฏออกมา เมื่อเงียบหายไปหลายเดือน ผมจึงตัดสินใจเขียนอีเมลเข้ามาถามทางสำนักพิมพ์ถึงความคืบหน้าและก็ได้ยินข่าวดีว่ากำลังมีการจัดอาร์ตเวิร์คและตรวจแก้ต้นฉบับกันอยู่ ผมจึงขอดูต้นฉบับก่อนพิมพ์เผื่อว่าจะมีข้อเสนอแนะหรือแก้ไขคำและข้อความบางส่วนที่มีความคลาดเคลื่อนตอนที่พิมพ์เป็นคอลัมน์ออกมา พร้อมกับวาดภาพประกอบใหม่ในบางเรื่อง ตั้งชื่อหนังสือและเขียนคำนำส่งไปให้สำนักพิมพ์ฯ จนในที่สุดเมื่อเดือนกรกฎาคมตอนปลายๆ เดือนก็มีโทรศัพท์จากบรรณาธิการสำนักพิมพ์ว่าหนังสือเสร็จแล้วให้ผมเข้ามารับหนังสือได้ที่สำนักพิมพ์ในวันเวลาที่สะดวก

……………………………………

ตอนนี้ “ความสุขในสวนหลังบ้าน” ก็ออกมาเป็นรูปเล่มแล้ว ถามว่าตอนแรกที่ผมเห็นหนังสือและได้รับหนังสือมาเปิดดูอยู่ในมือผมรู้สึกเช่นไร เพราะผมรอคอยและคาดหวังไว้มาก กระทั่งตัวเองยังแอบคิดถึงความรู้สึกแรกของการเห็นหนังสือของตัวเองว่าจะตื่นเต้น ดีใจเพียงใด (ในอารมณ์ที่ประมาณว่าพ่อแม่รอคอยที่จะได้เห็นใบหน้าลูกตัวเองคลอดออกมาหลังจากระยะเวลาเก้าเดือน)  แต่จริงๆ แล้วผมกลับรู้สึกอึ้งๆ และเฉยๆ ไม่ได้ดีใจหรือตื่นเต้นอย่างที่คิดไว้มาก่อน…

นับว่าเป็นอีกอารมณ์ความรู้สึกหนึ่งและผมรู้สึกว่านี่เป็นผลลัพธ์จากการทำงานร่วมกันของหลายๆ ฝ่าย นอกจากผู้แต่งอย่างผม จนหนังสือสำเร็จออกมาเป็นรูปเล่มพร้อมจะให้คนหยิบดู เลือกหาและซื้อนำไปอ่าน

4 thoughts on “ในฐานะของ ‘ผู้แต่ง’

  1. จะด้วยว่าอายุอานามปาไปไกลถึงหลักสี่
    หรือ ผ่านการท่องเที่ยวทั้งภายในภายนอก มาพอประมาณ-หนึ่ง ก็ตามแต่ … ชื่อหนังสือของคุณทิดเล่มนี้ ถูกใจผมไม่น้อย

    ความสุขในสวนหลังบ้าน เหมือนดั่งคำชวนให้กลับไปหาแม่ อย่างไรบอกไม่ถูก

    ความสุข บรรดาหนุ่มสาววิ่งหานอกบ้าน (สำหรับผมในเวลานี้) ช่างมาเร็ว เคลมเร็ว เซ็งเร็ว ไปเสียแล้ว

    พื้นที่เล็กๆ หลังบ้านต่างหาก สามารถหยิบยื่นอารมณ์อุ่น กระตุกหยักยิ้มมุมปากได้ดีนักแล

    หวังว่าคุณทิดรับความรู้สึกเช่นนั้นได้

    อรุณสวัสดิ์ขะรับ

    : )

  2. สวัสดีค่ะ

    ยินดีไปหาหนังสือ ชื่อน่านั่งเล่น เล่มนี้มาอ่านเพลินๆ นะคะ

    เรื่อง ‘ผู้แต่ง’ นั้นน่าสนใจดีค่ะ

    รออ่านว่าคุณจะคุยเรื่อง Author ในแนวทางไหนนะคะ ^^

    ขอบคุณค่ะ

    เอี้ยง

  3. ขอแสดงความยินดีกับความฝันของเพื่อนด้วย

    ได้ไปอ่านงานเขียนของสุธีร์ ในโอเคเนชั่น

    จึงได้ทราบข่าวคราวของเพื่อนเก่า

    ยังไงก็จะรีบอุดหนุนงานของเพื่อนละกัน

    ด้วยความระลึกถึง
    ครก

    (นายเลิศชาย รักษ์เลิศวงศ์)

  4. สวัสดีครับนายเลิศชาย รักษ์เลิศวงศ์ เอ่อ… คือว่าผมจำคุณไม่ได้เลยจริงๆ ครับ ล้อเล่น…แต่เมื่อวานนี้ผมก็นั่งกรึ้บกาแฟกับอาจารย์ธีร์ที่อุบลฯ และถามถึงเอ็งอยู่นา ได้เห็นโพสต์ข้อความบนบล็อกของสุธีร์อยู่บ่อยๆ เลยว่ะเพื่อน สบายดีนะ? ดีใจที่ได้รับการทักทายและวาจาว่าจะอุดหนุนหนังสือจากเพื่อนเก่า…(หนังสือ)ของเขาดีจริงๆ นะครกนะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s