ฝากบทความไว้ให้อ่านกัน

ช่วงนี้มีประเด็นที่อยากนำมาพูดคุยหรือเขียนถึงอยู่เหมือนกัน แต่ก็ยังไม่ได้ลงมือเขียนสักที พอดีวันนี้เข้าไปเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ (www.bangkokbiznews.com) ยังคงมีเรื่องราวและบทความดีๆ ให้อ่านผ่านทางหน้าเว็บฯ ได้อยู่ (เช่นบทความของ “กาแฟดำ” และหนึ่งในนั้น ที่วันนี้ขออนุญาตคัดลอกมานำเสนอ (ขัดตาทัพ) ณ พื้นที่นี้ไปก่อนก็คือ...

หน้าที่และความรับผิดชอบของคนทำหนังสือ

อ่านหัวเรื่องแล้ว มันเหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องสำคัญนะครับ….ซึ่งความจริงผมก็หมายความตามนั้น หน้าที่และความรับผิดชอบของคนทำหนังสือ รวมไปถึงคนขายหนังสือ ก็คือ ทำเพื่อคนอ่านหนังสือเป็นสำคัญ

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ทำอย่างไรให้หนังสือไปถึงมือคนอ่าน ทำให้นอกจากคนทำหนังสือเสร็จแล้ว คนเชียร์หนังสือหรือฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสำนักพิมพ์ ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันในยุคสมัยนี้

สิ่งที่ให้ความสำคัญที่สุดคือสายสัมพันธ์กับคนที่อยู่ในวงจรธุรกิจเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นสื่อมวลชน สายส่ง ร้านหนังสือ ฯลฯ

ผมว่าเมื่อรู้จักมักคุ้นกันแล้วสิ่งอื่น ๆ ที่ตามมาก็ทำให้ง่ายขึ้นอย่างเช่นการส่งหนังสือไปให้กับสื่อมวลชนให้เขียนถึง เพราะการเลือกหนังสือหรือคอลัมน์ที่ตรงกับหนังสือที่จัดพิมพ์ แล้วส่งหนังสือและย่อเนื้อหาหนังสือไปให้ เป็นช่องทางที่ง่ายที่สุดสำหรับการประชาสัมพันธ์หนังสือ เพราะเคยมีบางสำนักพิมพ์ส่งไปให้เฉพาะปกทำให้ไม่รู้ว่าจะลงให้ได้อย่างไร กลยุทธ์สำหรับสำนักพิมพ์ก็คือต้องให้คำแนะนำไปพร้อมกับหนังสือด้วย   หรือหาช่องทางแนะนำตัวนักเขียน เช่น การให้สัมภาษณ์ หรือการเปิดตัวหนังสือให้สื่อมวลชนรู้จัก และอยากให้คนที่ทำธุรกิจสำนักพิมพ์ที่จัดพิมพ์หนังสือนั้นแยกให้ออก ระหว่างการทำตามความฝันของตนเองกับการทำธุรกิจ

มองกระแสของการตลาดให้ออกว่าแนวโน้มในแต่ละช่วงนั้นผู้อ่านกำลังต้องการอ่านหนังสือแนวใด  เพราะพฤติกรรมการอ่านของคนไทยนั้น จะว่าไปแล้วสำหรับบางกลุ่มบางคนเป็นการอ่านตามกระแสเป็นส่วนใหญ่ ยกตัวอย่างถึงหนังสือที่ได้รับ ความนิยมเป็นอย่างสูงนั้น ส่วนหนึ่งผู้ซื้อไม่ได้อ่านอย่างจริงจัง เป็นเพียงต้องการเกาะกระแสของความนิยมเท่านั้น

อีกปัญหาหนึ่งที่สำนักพิมพ์พบคือร้านหนังสือไม่ยอมวางหนังสือให้เด่นชัด ในบางครั้งไม่ได้แกะห่อด้วยซ้ำ

ขณะเดียวกัน สำนักพิมพ์ที่มีหน้าร้านของตนเองก็มักวางแต่หนังสือในสำนักพิมพ์ในเครือ จึงทำให้สำนักพิมพ์อื่นไม่สามารถวางหนังสือได้ รวมทั้งการอันดับหนังสือขายดีที่มักมีแต่ของสำนักพิมพ์ในเครือเสียเป็นส่วนใหญ่

ปัญหาใหญ่อีกอย่างหนึ่งคือพนักงานในร้านไม่รู้จักหนังสือ เมื่อมีลูกค้ามาถามก็ไม่ได้รับข้อมูลที่พอเพียง

ดังนั้นร้านหนังสือควรให้มีการจัดอบรมพนักงานให้มีความรอบรู้มากขึ้น ให้ความเห็นเกี่ยวกับธุรกิจหนังสือพูดถึงร้านหนังสือว่า   ควรสร้างบรรยากาศให้ดี พนักงานมีความรู้เกี่ยวกับหนังสือ โดยการจัดทดสอบประเมินความรู้ความเข้าใจบ้าง

สำหรับการคาดหวังกับบรรณาธิการในการคัดสรรและวิเคราะห์ต้นฉบับนั้น บางแห่งก็เป็นไปได้ยากเพราะว่ามีสถานะเป็นเพียงพนักงานคนหนึ่ง ที่ต้องอยู่ในกรอบมีกฎเกณฑ์ต่าง ๆ มากมาย ค่าตอบแทนก็ไม่สูงมากนัก จึงเป็นการยากที่จะฝากความหวังไว้ตรงนั้น

ถึงอย่างไรก็ตามสำนักพิมพ์ต้องพยายามค้นหาแนวทางใหม่ ๆ ออกมา เพื่อให้แตกต่างจากคนอื่นนอกจากเนื้อหาแล้วสิ่งแรกที่ให้ความสำคัญคือ หน้าปก  เพราะคิดว่าเป็นสิ่งแรกที่ผู้อ่านสัมผัส เหมือนกับการโฆษณาในทีวีหรือหน้าปกของแมกาซีน ต้องทำให้สวยงามสะดุดตาเพื่อดึงดูดผู้ชมก่อนเป็นอันดับแรก และใช้เวลาน้อยที่สุด

สถานการณ์การอ่านของคนไทยเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าจะมีผู้อ่านเพิ่มมากขึ้นก็มีคู่แข่งมากขึ้นเช่นกัน

เมื่อมองภาพรวมของการจัดพิมพ์หนังสือออกมาของสำนักพิมพ์นั้น ถ้ามองย้อนไปในข้อมูลตั้งแต่ปี 2546 จะพบว่า เฉลี่ยเดือนละ ประมาณ 300 ปกต่อเดือน พอในปี 45 ประมาณเดือนละ 600 ปก สำหรับปี 2546ประมาณเดือนละ 900 ปก และในปี 2550 มีประมาณ 1,000 ปี

ในขณะที่มีหนังสือออกมาเพิ่มขึ้น แต่ว่าพื้นที่ของร้านหนังสือไม่สามารถขยายออกมารองรับได้ จึงทำเกิดการแข่งขันกันในการโชว์หน้าร้าน การเกิดใหม่ของหนังสือที่ออกมาเป็นจำนวนมาก ทำให้วงจรของหนังสือค่อนข้างสั้น

ยิ่งถ้าเป็นหนังสือที่ไม่ตรงกับความต้องการก็ถูกเก็บออกจากร้านเพื่อส่งคืนสำนักพิมพ์อย่างรวดเร็ว และยิ่งไปกว่านั้นปัจจุบันมีสื่ออื่นที่มาแย่งเวลาของผู้อ่านไปอีก เช่น ทีวี, อินเทอร์เน็ต ฯลฯ รวมไปถึงการทำงานหนักมากขึ้นกว่าเดิมของแต่ละครอบครัว ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาในการอ่านหนังสือ ทำให้ผู้อ่านเองก็ต้องการหนังสือที่ตรงกับความต้องการของตนเองให้มากที่สุด และนอกจากนี้ยังมีการแบ่งเป็นหนังสือผู้หญิงผู้ชายแล้ว ยังแบ่งรายละเอียดลงลึกอีกว่าเป็นคนกลุ่มใดอีกด้วย

แต่อย่างไรก็ตามบอกว่าผู้อ่านหนังสือพอคเก็ตบุ๊คนั้นให้ความสนใจหนังสือที่ออกใหม่ที่มีเนื้อหาตรงใจมากกว่าให้ความสำคัญกับชื่อสำนักพิมพ์ หรือผู้เขียน การเลือกซื้อเป็นเล่ม ๆ ซึ่งแตกต่างจากหนังสือแมกาซีน

และสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ การให้ความสำคัญกับการออกแบบปก เพราะจะทำให้มองเห็นชัดว่าหนังสือเล่มนั้นต้องการผู้อ่านประเภทใด และควรพยายามหาวิธีการสื่อสารกับผู้อ่านให้ได้  ไม่ว่าจะเป็นการตั้งชื่อเรื่อง ชื่อรองให้เข้าใจได้ง่ายหรือท้าทายกลุ่มเป้าหมายด้วย

สิ่งเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของคนทำหนังสือทั้งสิ้น!!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s