ความ(ไม่)เจ็บป่วยเป็นลาภอันประเสริฐ

เกิดเป็นสัตว์โลก มีผู้ใดบ้างที่ไม่เรียนรู้หรือรู้จัก “ความเจ็บป่วย”

และไม่ใช่เพชรพลอยหรือทรัพย์สินศฤงคารมูลค่ามากล้ำแต่อย่างใดที่คนเราเสาะแสวงหา จริงแท้เราต้องการเพียงความปกติสุขของชีวิต…ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยหรือเฉียดใกล้ความตายก่อนถึงวัยอันควรจะละจากโลกนี้ไป

ดังพุทธพจน์ที่ว่า “อโรคยา ปรมาลาภา” – ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ผู้ใดจะเข้าใจและเข้าถึงประโยคนี้หากไม่เคยเจ็บป่วยรุนแรงถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อ

…………………………………..

ล่าสุดผมใช้เวลาไปเกือบสองสัปดาห์เต็มๆ ในการเยียวยาฟื้นฟูตัวเองให้มีสุขภาพดีปกติสุขกลับคืนมา หลังจากมีอาการเจ็บคอ มึนหัว อ่อนเพลีย ครั่นเนื้อครั่นตัว จับไข้หนาวสั่นและร้อนเหงื่อไหลผิดเวล่ำเวลา กระทั่งมีอาการไอ

หมอวินิจฉัยว่าผมเป็นทอนซิลอักเสบและจ่ายยามาให้กินในรอบแรก การกินยาแก้อักเสบจะต้องกินอย่างต่อเนื่องวันละสองเวลาห้ามขาดและห้ามลืม กินต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนกว่ายาจะหมด แต่แล้วอาการก็ไม่หายขาด พอยาหมด เหมือนจะดีขึ้นสองสามวันแล้วก็ต้องพาตัวเองกลับไปพบหมอใหม่ พร้อมกับอาการไข้ตัวร้อน ไอมีเสมหะ หมอคนที่สองบอกว่ายังเป็นโรคเดิมและมันกำเริบ จะจ่ายยาฆ่าเชื้อที่แรงขึ้นกว่าเดิมให้ รับรองกินยาครบโดสหายแน่ๆ (หมอบอก)

…………………………………..

คนเราควรจะรู้สึกอย่างไรและทำตัวอย่างไรเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย…

หรือว่าจริงๆ แล้วเราไม่ควรจะทำอะไร พักผ่อนให้มากที่สุด ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการรับฟังความรู้สึกจากภายในของตัวเอง ปล่อยให้ร่างกายค่อยๆ ใช้เวลาเยียวยาซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ถึงเวลากินยาก็กินยา ปวดหัวก็หยุดพัก นอนพัก และพยายามใช้ร่างกายหรือทำกิจกรรมให้น้อยๆ

แม้จะเบื่อกับความไม่ปกติของสุขภาพร่างกายจนทำให้ทำภารกิจต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ไม่เหมือนเคย ผมกลับพบแง่งามเมื่อยามเจ็บป่วยว่าเราค่อยๆ เรียนรู้และเข้าถึง “ข้อจำกัด” ของตัวเอง และยอมรับว่าคนเราไม่ใช่เครื่องจักรหรือเครื่องยนต์กลไก (แม้เครื่องจักรกลก็เจ็บป่วยเป็นเหมือนกัน) มันมีการป่วยไข้ได้ จงเข้าใจและทำใจยอมรับ ดูแลตัวเองดีๆ พยายามเข้าใจตัวเอง พักผ่อน ทำกิจกรรมอยู่กับบ้านเพื่อฟื้นฟูตัวเอง ทำงานบ้านเบาๆ เมื่อมีแรง และออกกำลังกายเบาๆ (เช่นการทำโยคะในท่าที่ไม่หนักหรือฝืนจนเกินไป) เมื่อใดที่สมองปลอดโปร่งไม่มึนหัวมากก็อาจจะหยิบหนังสือบางเล่มมานอนอ่านไปเรื่อยๆ ได้ จนกว่าไข้จะกำเริบอีกครั้งหรือจนกว่ายาจะหมดฤทธิ์และได้เวลากินยารอบใหม่

…………………………………..

จริงอยู่ที่ว่า การไม่มีโรคย่อมเป็นลาภอันประเสริฐกว่าทรัพย์สินนอกกายทุกประการ แต่มนุษย์เรายามที่ปกติดีเรามักจะใช้เรี่ยวแรงความคิดจินตนาการและพลังงานไปอย่างมากมายเพื่อไล่ล่าหรือไขว่คว้าหาทรัพย์สินทางวัตถุมาเพื่อความมั่นใจของการใช้ชีวต ทำงานไปๆ ทุ่มเทเรี่ยวแรงกายใจไป จนกระทั่งวันหนึ่งเกิดน็อตหลวมหรือแบตฯ หมด…จนกระทั่งป่วยไข้ จนกว่าจะได้คิด

วันนี้หายป่วยจนเกือบจะปกติดีแล้ว ออกจากบ้านไปฝึกโยคะที่สตูดิโอ ครูฝึกคนสวยใจดีที่มีนามว่าป้าจิ๊บอกว่า ขอให้เราชื่นชมตัวเองและให้กำลังใจตัวเองที่เราออกมาฝึกโยคะร่วมกันที่นี่ได้ เพราะมีคนอีกหลายคนที่เขาอยากจะฝึกโยคะแต่กลับฝึกไม่ได้เพราะสุขภาพไม่ดี

เมื่อเราดูแลร่างกาย ดูแลสุขภาพได้ ก็จงมีความสขุกับความเป็นธรรมดาและธรรมชาติของชีวิต และทำให้สุขภาพจิตใจมีคุณภาพขึ้นมาด้วย

…ผมดีใจที่ลุกขึ้นจากความป่วยไข้และได้ออกไปฝึกโยคะได้แล้ววันนี้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s