One Poem A Day

บทกวีวันละบท

…………………………

จะดีไหม

ถ้าคนเรา

จะรู้จัก

รจนาหรือจดจาร

ความรู้สึก ความทรงจำ ความประทับใจ

เก็บเอาไว้

ในรูปบทกวี

ไม่ว่าจะมี

สัมผัสหรือฉันลักษณ์

หรือจะร้อยเรียงคำตามแต่ใจ

ขอให้เป็นคำ

ที่นำพาความคิดความรู้สึกไปสู่ใจ

ที่อยากเก็บไว้

ในรูปของบทกวี

ดีดีวันละหนึ่งบท

…………………………

บทกวีของคุณวันนี้

เขียนว่าอะไร

และอยากจะให้บันดาลใจใคร

…………………………

(หมายเหตุ ผู้เขียนพยายามจะบันทึก สร้างสรรค์ หรือเขียนบทกวีให้ได้วันละบท แต่รู้สึกว่าเป็นความพยายามที่ล้มเหลว แต่ก็เป็นความงดงามของความตั้งใจประการหนึ่ง…แค่รู้สึกถึงบทกวี ชีวิตก็พลันดีงามขึ้นมา…หน่อยนึง)

แบ่งปันความฝัน

…”ความฝัน” แค่เพียงมีไว้ข้างๆ ตัว แม้จะไม่ได้ลงมือกระทำให้บังเกิดเป็นความจริง…แต่ก็ยังรู้สึกดีที่ได้มีความฝัน…

 

หลายต่อหลายครั้ง มีความรู้สึกว่าคนเรามักจะพูดถึงสิ่งที่ตัวเองฝันถึงด้วยความรู้สึกอันเลอค่า เฝ้าฝันและหมายปอง อยากไขว่คว้าความฝันนั้นให้กลายเป็นจริง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ทำอะไรอย่างจริงๆ จังๆ เพื่อทำให้ความฝันที่ตั้งใจไว้กลายเป็นจริงขึ้นมา

บางคนฝันถึงการเปลี่ยนอาชีพการงาน บางคนฝันถึงการมีสมบัติพัสถานใหม่ๆ บางคนฝันถึงเส้นทางการเดินทางที่ยังไม่เคยไป ฝันถึงการได้ทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำจริงๆจังๆ มนุษย์เราช่างขยันฝันและฝันกันมากมายเสียเหลือเกิน

แต่จะมีความฝันสักกี่ฝันกันที่ได้บรรลุ ด้วยความตั้งใจมั่นและการแสวงหาเส้นทางนำพาความฝันนั้นไปสู่ปลายทางของความเป็นจริง ไม่ผิดหรอกที่วันแต่ละวันเราจะฝันและเฝ้าฝัน อยากให้ความฝันกลายเป็นจริง เพื่อให้เกิดบรรยากาศใหม่ๆ ขึ้นมาในชีวิต หรือการนำพาชีวิตไปสู่สิ่งใหม่ๆ แตกต่างไปจากความเป็นอยู่หรือลมหายใจเดิมๆ และหลายต่อหลายครั้งเราก็ได้ยินได้ฟังการบอกเล่าแบ่งปันความฝันของใครหลายคนรอบข้าง…แต่เราไม่ค่อยได้เคยเห็นเส้นทางการไปนำสู่การบรรลุซึ่งความฝันนั้นๆ

เมื่อรู้ว่าเรามีฝันในวันนี้ ขอจงกล้าที่จะตามหาความฝัน และแม้เพียงสักเล็กน้อยก็จงรดน้ำพรวนดินปลูกต้นฝันไปสู่ไม้ใหญ่ที่เป้ฯไปได้จริงๆ สักวันหนึ่ง ดุจการเอื้อมไปหาท้องฟ้าอากาศเบื้องบนก็ใบไม้บนปลายกิ่งทีละคืบทีละเซนฯ

กินดื่มกลางสงกรานต์

กลางสงกรานต์…

ถนนในกรุงเทพฯ ท่าจะว่างโล่ง ขนาดหน้าบ้านติดถนนใหญ่ นานๆ ทีก็จะได้ยินเสียงรถวิ่งฉิว…แตกต่างไปจากวันธรรมดาที่รถจะติดแน่นเคลื่อนตัวไปอย่างอืดๆ

วันนี้นัดหมายเพื่อนๆ พี่ๆ กลุ่มหนึ่ง ซึ่งสนิทสนมคบหากันมานานแล้วมากินดื่มที่บ้าน เพราะแต่ละคนก็ไม่ได้ออกไปต่างจังหวัด เช้าวันนี้หลังจากตื่นนอนและกินอาหารเช้า จึงมีเรื่องให้คิดเล่นๆ ในหัวว่าจะจัดเตรียมอาหารหรือทำอะไรก่อนหลังดี เพราะว่านัดหมายทุกคนมาตอนเที่ยงๆ พอนึกเสร็จและกินอาหารเสร็จก็พอมีเวลาเหลือให้มาเขียนบล็อกนี้เป็นวันที่สอง ไม่รู้และไม่แน่ใจว่าจะเขียนต่อไปนานแค่ไหน แรกๆ มันก็คงจะสนุกและขมีขมันดีอยู่หรอก แต่นานๆ ไปนี่สิ…กลัวใจตัวเองเหมือนกัน

การเขียนบล็อกบนอินเตอร์เน็ทไม่เหมือนกับการเขียนบันทึกลงบนกระดาษ มันอาจจะให้เซ้นส์ของการพูดคุยกับตัวเองหรือเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเอง แต่บนบล็อกเรารู้ดีว่าเขียนวันนี้อย่างเดียวดายแต่มันก็จะต้องพร้อมเสมอที่จะถูกเปิดออก ถูกคนอื่นอ่าน…เพราะว่ามันเป็นบล็อกสาธารณะ…การอ่านความคิดคนอื่นบางทีมันก็อาจจะน่าเบื่อเหมือนกัน ถ้าหากว่ามันไม่มีประเด็นอะไร

กับการกินดื่มที่นานๆ จะจัดทีหรือชวนพบปะกันที เวลารวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้วเรามักจะพูดคุยกันเรื่องความหลังครั้งเก่าที่มีร่วมกัน หนังสือน่าอ่านหรือที่กำลังอ่าน งานเขียน การไปเที่ยวและความฝัน โครงการว่าใครอยากจะทำอะไร คุยกันสัพเพเหระ แต่เวลาก็เคลื่อนคล้อยไปอย่างรวดเร็ว สู่บทสรุปอมตะที่ว่าไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา…

แต่ทุกครั้งคราก็เต็มไปด้วยการรอคอยการพบปะเจอหน้าค่าตาของเพื่อนๆ ทุกคนอยู่เสมอ