ปีนี้ตามปฏิทินปีนักษัตรแล้วเป็นปีงูใหญ่หรือปีมะโรง ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นปีมังกรทองคะนองน้ำอะไรก็ตามแต่ เมื่อมีคนดวงขึ้น (อย่างคนที่เกิดปีมะโรง) ก็ต้องมีคนที่ดวงลงหรือตกอยู่ในเงาราหูของ “ปีชง”
ผมเกิดปีจอ (หรือปีหมาเล็ก) และว่ากันว่าเป็นปีชงของปีมะโรง อันจะมีผลทำให้ดวงการงานไม่รุ่ง เงินทองไม่ไหลมาเทมาหรือโชคร้ายคราวเคราะห์ต่างๆ นานาจะมาเยี่ยมกราย
เอาล่ะสิครับ ถึงแม้จะไม่เชื่อหรือไม่ได้ติดตามข่าวคราวเรื่องของดวงชะตาการทำนายทายทัก แต่บรรดาสื่อก็ขยันออกสื่อกันเหลือเกินเรื่องของดวงชงของคนที่เกิดปีชง ซึ่งทำให้ใครก็ตามที่ตกอยู่ในดวงปีชงเช่นผมก็คงอดที่จะสั่นสะท้านไม่ได้
เมื่อเป็นปีชงก็จะต้องแก้ชงด้วยการไปไหว้เจ้า ไปทำบุญต่างๆ นานาตามแต่บรรดาเกจิอาจารย์ด้านโหราศาสตร์จะชี้แนะ ซึ่งถ้าดูให้ดีๆ แล้วเราท่านที่เป็นชาวพุทธที่พระพุทธเจ้าสั่งสอนให้ตั้งมั่นในความดี ด้วยบุญกุศล ด้วยการกระทำหรือกฎแห่งกรรมของเราเองเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่โชคเคราะห์หรือเทพเจ้าจากภายนอกจะมาเป็นผู้กำหนด อย่างนี้แล้วจะไม่ให้สับสนได้เช่นไรกันครับ
บทบาทของสื่อในช่วงเปลี่ยนผ่านปีนักษัตรและการทำนายโชคชะตาราศีทั้งปีล่วงหน้าในช่วงต้นปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คนเรากระหายใคร่รู้ว่าดวงของตัวเองในปีใหม่ที่มาถึงจะเป็นเช่นไร ทำให้เกิดบรรยากาศของการนำเสนอข่าวปีชงอย่างโหมกระพือ ทำให้คนเชื่ออยู่แล้วก็ยิ่งเชื่อมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้คนที่ไม่เชื่อมาก่อนก็ต้องพลอยสั่นไหว หรือใครที่ไม่เคยมีความคิดความเชื่อเรื่องดวงเรื่องปีชงว่ามันจะเลวร้ายและต้องแก้ไขอะไรสักอย่างนั้น พอได้ยินได้ฟังจากสื่อมากขึ้นก็เลยพลอยต้องรับรู้และเชื่อตามไปเล็กน้อย (เช่นผม ในทำนองแม้ “เราไม่เชื่อ เราก็ไม่ลบหลู่)
คำว่า “ปีชง” สำหรับผมเองนั้นเพิ่งเคยได้ยินคำว่าปีชงมาก็ไม่กี่ปีนี้เอง และถ้าจำไม่ผิดก็ประมาณสักปีสองปีที่ผ่านมาแค่นั้นเอง และด้วยความที่เป็นคนไทยนับถือพุทธศาสนา และไม่ได้มีคติความเชื่อเรื่องการแก้ดวงชะตาราศี แม้ในปีชงครั้งก่อนที่แล้วมาผมก็ไม่ได้ลงมือกระทำการหรือแก้ไขอะไรสักอย่าง ได้แต่ตั้งสติและรับรู้สิ่งต่างๆ ที่ผ่านมาสู่ชีวิตให้ดีด้วยความละเอียดอ่อนและไม่ประมาท
การใช้ชีวิตโดยไม่ตั้งมั่นอยู่บนความประมาทนั่นเองน่าจะเป็นการแก้ไขปีชงที่เข้าท่าที่สุดในความคิดผม…